พินัยกรรม 5 แบบตามกฎหมายไทย เลือกแบบไหนดี


การเซ็นเอกสารพินัยกรรมด้วยปากกาบนโต๊ะทำงาน

แบบไหนเหมาะกับคุณ และทำอย่างไรไม่ให้เสียเจตนา

อัปเดต: กรกฎาคม 2569

เนื้อหาบทความสอดคล้องกับกฎกระทรวงว่าด้วยการทำพินัยกรรมหรือการแสดงเจตนาเกี่ยวกับมรดก พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2569 แทนกฎกระทรวงฉบับเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2503 โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เอกสารลับ และการยื่นคำขอ ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน

พินัยกรรมคืออะไร

พินัยกรรม คือ การแสดงเจตนากำหนดเรื่องทรัพย์สินหรือกิจการต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เกิดผลเมื่อผู้ทำถึงแก่ความตาย เช่น จะยกบ้าน เงินฝาก หรือหุ้นให้ใคร จะแบ่งเป็นสัดส่วนเท่าใด หรือจะแต่งตั้งใครเป็นผู้จัดการมรดก

กฎหมายไทยกำหนดรูปแบบพินัยกรรมที่ใช้กันทั่วไปไว้ 5 แบบ แต่ละแบบมีขั้นตอนต่างกัน จึงไม่ใช่แค่เลือกแบบที่สะดวกที่สุด ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกาย ความเป็นส่วนตัว ความซับซ้อนของทรัพย์สิน และความเสี่ยงที่จะเกิดข้อโต้แย้งในครอบครัวด้วย

พินัยกรรมเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินหลังผู้ทำถึงแก่ความตาย ซึ่งต่างจากLiving Will (หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข) ที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาขณะผู้ทำยังมีชีวิตอยู่ — ทั้งสองฉบับจัดทำควบคู่กันได้ แต่ต้องแยกเป็นเอกสารคนละฉบับ

รู้ไว้ก่อนเริ่มทำ

ผู้ทำพินัยกรรมต้องมีอายุอย่างน้อย 15 ปี และขณะทำต้องรู้สำนึก เข้าใจข้อความ และแสดงเจตนาได้อย่างแท้จริง พินัยกรรมต้องเกิดจากความสมัครใจ ไม่ถูกข่มขู่ หลอกลวง หรือบังคับ

พินัยกรรม 5 แบบ มีอะไรบ้าง

แบบพยานวิธีทำเหมาะกับ/จุดเด่น
1. แบบธรรมดาอย่างน้อย 2 คนซึ่งอยู่พร้อมกันเขียนด้วยมือ พิมพ์ หรือให้ผู้อื่นจัดพิมพ์ให้ก็ได้ ลงวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อต่อหน้าพยาน โดยพยานลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้นต้องการกำหนดรายละเอียดได้ยืดหยุ่น และสามารถจัดหาพยานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนได้
2. เขียนเองทั้งฉบับกฎหมายไม่กำหนดให้ต้องมีพยานเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งหมด ตั้งแต่ข้อความ วัน เดือน ปี ไปจนถึงลายมือชื่อเขียนหนังสือได้ชัดเจน ต้องการทำด้วยตนเอง และต้องการเก็บเนื้อหาเป็นส่วนตัว
3. เอกสารฝ่ายเมืองอย่างน้อย 2 คนซึ่งอยู่พร้อมกันแจ้งข้อความที่ต้องการให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมแก่กรมการอำเภอ โดยยื่นคำขอที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการของทางราชการ หรือกังวลเรื่องการเก็บรักษาและหลักฐานการจัดทำ
4. เอกสารลับอย่างน้อย 2 คน (แสดงต่อกรมการอำเภอและพยาน)ปิดผนึกซอง ลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก นำไปแสดงต่อกรมการอำเภอและพยานให้ความสำคัญกับการเก็บเนื้อหาเป็นความลับ และสามารถเดินทางไปดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่พร้อมพยานได้
5. ทำด้วยวาจาอย่างน้อย 2 คนซึ่งอยู่พร้อมกันแสดงเจตนาต่อหน้าพยาน พยานไปแสดงตนต่อกรมการอำเภอโดยไม่ชักช้าเพื่อแจ้งข้อความที่ผู้ทำสั่งไว้ใช้เมื่อมีเหตุฉุกเฉินจริงและไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับการวางแผนตามปกติ

ตารางเป็นสรุปโดยย่อเพื่อเปรียบเทียบ ขั้นตอนและเงื่อนไขครบถ้วนของแต่ละแบบอยู่ในหัวข้อด้านล่าง

1. พินัยกรรมแบบธรรมดา

เป็นแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย ทำเป็นหนังสือโดยจะเขียนด้วยมือ พิมพ์ หรือให้ผู้อื่นจัดพิมพ์ให้ก็ได้ แต่ต้องลงวัน เดือน ปี ที่ทำ และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนซึ่งอยู่พร้อมกัน จากนั้นพยานทั้งสองต้องลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น

  • เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการกำหนดรายละเอียดได้ยืดหยุ่น และสามารถจัดหาพยานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนได้
  • ข้อควรระวัง: พยานต้องอยู่พร้อมกันตอนผู้ทำลงชื่อ หากมีการขูดลบ เติม หรือแก้ไข ต้องทำตามรูปแบบเดียวกับการทำพินัยกรรม มิฉะนั้นข้อความที่แก้ไขอาจไม่มีผล
  • ถ้ามีผู้อื่นเป็นผู้เขียนข้อความ: บุคคลนั้นต้องลงลายมือชื่อและระบุว่าเป็นผู้เขียนตามที่กฎหมายกำหนด

2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

แบบนี้ผู้ทำต้องเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งหมด ตั้งแต่ข้อความ วัน เดือน ปี ไปจนถึงลายมือชื่อ จะพิมพ์หรือให้ผู้อื่นเขียนแทนแม้เพียงบางส่วนไม่ได้ และกฎหมายไม่กำหนดให้ต้องมีพยาน

  • เหมาะกับ: ผู้ที่เขียนหนังสือได้ชัดเจน ต้องการทำด้วยตนเอง และต้องการเก็บเนื้อหาเป็นส่วนตัว
  • ข้อควรระวัง: หากมีการขูดลบ เติม หรือแก้ไข ผู้ทำต้องเขียนแก้ด้วยมือตนเองและลงลายมือชื่อกำกับไว้ ลายมือและข้อความควรอ่านได้ชัดเจน

3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

ผู้ทำแจ้งข้อความที่ต้องการให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมแก่กรมการอำเภอ โดยยื่นคำขอที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตแห่งใดก็ได้ทั่วประเทศ ไม่จำกัดภูมิลำเนา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบตัวตนผู้ทำจากบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารราชการอื่นที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัว

การทำต้องแจ้งต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนซึ่งอยู่พร้อมกัน และพยานต้องแสดงตนและลงลายมือชื่อต่อหน้ากรมการอำเภอ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะจดข้อความ อ่านทวนให้ผู้ทำและพยานฟัง แล้วให้ผู้ทำ พยาน และเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อตามขั้นตอน พร้อมลงวัน เดือน ปี และประทับตราตำแหน่ง

หลังจากทำเสร็จ ผู้ทำสามารถร้องขอรับต้นฉบับพินัยกรรมไปเก็บรักษาเองได้ โดยเจ้าหน้าที่จะเก็บสำเนาไว้แทน เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บเอกสาร

  • เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการของทางราชการ หรือกังวลเรื่องการเก็บรักษาและหลักฐานการจัดทำ
  • จุดที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย: กฎหมายเปิดให้ร้องขอทำพินัยกรรมนอกที่ว่าการอำเภอได้ ควรติดต่ออำเภอหรือสำนักงานเขตล่วงหน้าเพื่อสอบถามนัดหมายและเอกสารประกอบ

ค่าธรรมเนียมราชการ: ตามกฎกระทรวงการทำพินัยกรรมหรือการแสดงเจตนาเกี่ยวกับมรดก พ.ศ. 2569 (ข้อ 19) กำหนดค่าธรรมเนียมพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ฉบับละ 250 บาท และค่าทำสำเนาคู่ฉบับ ฉบับละ 50 บาท (สอบถามยืนยันอัตราปัจจุบันได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต)

⚠️ ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นเพียงค่าดำเนินการทางราชการ ไม่รวมค่าบริการทนายความ ในทางปฏิบัติ การทำพินัยกรรมที่สมบูรณ์ทางกฎหมายและป้องกันข้อพิพาทระหว่างทายาท ต้องมี:

  • การร่างข้อกำหนดพินัยกรรมที่ชัดเจน ไม่คลุมเครือ ตรงตามเจตนาผู้ทำพินัยกรรม
  • การเลือกพยานที่มีคุณสมบัติครบตาม ป.พ.พ. มาตรา 1670 (บรรลุนิติภาวะ ไม่วิกลจริต ไม่ใช่ผู้รับทรัพย์หรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์)
  • การวางแผนทรัพย์มรดกเพื่อลดปัญหาภาษีมรดกและการแบ่งทรัพย์ระหว่างทายาท
  • การตั้งผู้จัดการมรดกที่เหมาะสม เพื่อความคล่องตัวหลังผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่กรรม

สำนักงานกฎหมายอุทัย แอนด์ ซัน ให้บริการปรึกษาและจัดทำพินัยกรรมครบวงจรโดยทนายผู้เชี่ยวชาญด้านมรดก ติดต่อสอบถามค่าบริการ →

  • ข้อควรเข้าใจ: การทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ช่วยให้ขั้นตอนมีหลักฐานชัดเจนขึ้น แต่ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่มีผู้ใดโต้แย้งในภายหลัง

4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไม่เปิดเผยเนื้อหาพินัยกรรมแก่เจ้าหน้าที่และพยาน ผู้ทำต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม ปิดผนึกซอง และลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก จากนั้นนำซองไปแสดงต่อกรมการอำเภอและพยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมยืนยันว่าเป็นพินัยกรรมของตน เจ้าหน้าที่จะบันทึกถ้อยคำและวันที่บนซอง แล้วให้ผู้ทำ เจ้าหน้าที่ และพยานลงลายมือชื่อบนซอง

  • เหมาะกับ: ผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเก็บเนื้อหาเป็นความลับ และสามารถเดินทางไปดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่พร้อมพยานได้
  • ข้อควรระวัง: หากผู้ทำไม่ได้เขียนพินัยกรรมเองทั้งหมด ต้องแจ้งชื่อและภูมิลำเนาของผู้เขียนแก่เจ้าหน้าที่ด้วย
  • ต่างจากแบบเอกสารฝ่ายเมือง: ตามแนวทางของกรมการปกครอง แบบเอกสารลับต้องนำซองและพยานไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่แบบที่ขอให้เจ้าหน้าที่ไปทำให้นอกที่ว่าการอำเภอ
  • ระเบียบปัจจุบัน: กฎกระทรวง พ.ศ. 2569 ครอบคลุมและปรับปรุงหลักเกณฑ์ การทำพินัยกรรมแบบเอกสารลับด้วยเช่นกัน ผู้สนใจควรสอบถามรายละเอียดขั้นตอน และเอกสารประกอบจากที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต

5. พินัยกรรมทำด้วยวาจา

แบบนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษจนผู้ทำไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรืออยู่ในสถานการณ์โรคระบาดหรือสงครามที่ทำให้ทำแบบปกติไม่ได้ ผู้ทำต้องแสดงเจตนาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนซึ่งอยู่พร้อมกัน

หลังจากนั้นพยานต้องไปแสดงตนต่อกรมการอำเภอโดยไม่ชักช้า แจ้งข้อความที่ผู้ทำสั่งไว้ พร้อมวัน เดือน ปี สถานที่ และพฤติการณ์พิเศษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้และให้พยานลงลายมือชื่อ

  • ใช้เมื่อ: มีเหตุฉุกเฉินจริงและไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับการวางแผนตามปกติ
  • ข้อสำคัญมาก: พินัยกรรมด้วยวาจาจะสิ้นผลเมื่อพ้น 1 เดือน นับจากวันที่ผู้ทำกลับมาอยู่ในฐานะที่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้

แล้วควรเลือกแบบไหนดี

สถานการณ์ของคุณแบบที่ควรพิจารณา
ต้องการเอกสารที่พิมพ์ได้และกำหนดรายละเอียดได้ยืดหยุ่นแบบธรรมดา
ต้องการทำเองทั้งหมด เขียนมือได้ชัดเจน และไม่ต้องการพยานแบบเขียนเองทั้งฉบับ
ต้องการดำเนินการผ่านเจ้าหน้าที่และมีหลักฐานตามกระบวนการราชการแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ต้องการปกปิดเนื้อหาจากเจ้าหน้าที่และพยานแบบเอกสารลับ
เกิดเหตุฉุกเฉินจนไม่สามารถทำแบบอื่นได้จริงแบบทำด้วยวาจา

คำแนะนำที่ปลอดภัยกว่า

อย่าเลือกจากชื่อของแบบเพียงอย่างเดียว หากมีทรัพย์สินหลายประเภท มีธุรกิจ มีทรัพย์สินต่างประเทศ มีทายาทผู้เยาว์ คนในครอบครัวเห็นไม่ตรงกัน หรือกังวลเรื่องความสามารถของผู้ทำ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาข้อเท็จจริงก่อนเลือกแบบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และอาจทำให้พินัยกรรมไม่มีผล

  1. พยานไม่ครบหรือไม่ได้อยู่พร้อมกัน — โดยเฉพาะพินัยกรรมแบบธรรมดา เอกสารฝ่ายเมือง และเอกสารลับ ซึ่งมีกติกาเรื่องจำนวนพยานและจังหวะการลงชื่อชัดเจน
  2. เลือกพยานไม่ถูกคน — พยานต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และต้องไม่เป็นบุคคลหูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง
  3. ให้ผู้รับทรัพย์หรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์เป็นผู้เขียนหรือพยาน — กฎหมายกำหนดว่าผู้เขียนหรือพยาน รวมถึงคู่สมรสของบุคคลดังกล่าว จะรับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้
  4. ลืมลงวัน เดือน ปี หรือลงลายมือชื่อไม่ครบ — รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของแบบพินัยกรรม
  5. แก้ไขข้อความไม่ถูกวิธี — การขีดฆ่า เติม หรือแก้ไขแต่ละแบบมีกติกาไม่เหมือนกัน การเซ็นกำกับอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับพินัยกรรมบางแบบ
  6. ระบุบุคคลหรือทรัพย์สินไม่ชัด — เช่น ใช้ชื่อเล่น ไม่ระบุความสัมพันธ์ หรือบรรยายทรัพย์สินจนไม่รู้ว่าหมายถึงรายการใด อาจทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องการตีความ
  7. เก็บต้นฉบับจนไม่มีใครหาเจอ — ควรเก็บในที่ปลอดภัยและแจ้งบุคคลที่ไว้ใจว่าเอกสารอยู่ที่ใด โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเนื้อหาทั้งหมด

ต้องใช้ทนายทำพินัยกรรมไหม

กฎหมายไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องใช้ทนาย พินัยกรรมบางแบบสามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่การปรึกษาทนายอาจช่วยตรวจว่ารูปแบบครบตามกฎหมายหรือไม่ ถ้อยคำชัดเจนเพียงใด ผู้รับทรัพย์และทรัพย์สินถูกระบุถูกต้องหรือไม่ และควรแต่งตั้งผู้จัดการมรดกอย่างไร

การขอคำปรึกษามักมีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อครอบครัวมีความเห็นต่าง มีทรัพย์สินหลายรายการ มีหุ้นหรือกิจการ มีทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ ต้องการดูแลทายาทผู้เยาว์หรือผู้มีภาวะพึ่งพิง หรือผู้ทำมีอายุมากและอาจถูกตั้งคำถามเรื่องความสามารถในการตัดสินใจภายหลัง

หากมีทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ เอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือมอบอำนาจหรือสำเนาพินัยกรรม มักต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อนนำไปใช้กับหน่วยงานปลายทาง อ่านรายละเอียดได้ที่บทความ Notary Public คืออะไร?

สำนักงานให้บริการจัดทำพินัยกรรมทั้ง 5 แบบและการวางแผนมรดก ดูรายละเอียดที่หน้า พินัยกรรมและการวางแผนมรดก รวมถึงบริการนอกสถานที่ถึงบ้านหรือโรงพยาบาล

คำถามที่พบบ่อย

พินัยกรรมต้องมีพยานกี่คน

พินัยกรรมส่วนใหญ่ต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนซึ่งอยู่พร้อมกันในขณะทำ ได้แก่ แบบธรรมดา แบบเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และแบบทำด้วยวาจา มีเพียงพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับเท่านั้นที่กฎหมายไม่กำหนดให้ต้องมีพยาน

ใครเป็นพยานพินัยกรรมไม่ได้บ้าง

พยานต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และต้องไม่เป็นบุคคลหูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง นอกจากนี้ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมหรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์ก็เป็นผู้เขียนหรือพยานของพินัยกรรมนั้นไม่ได้เช่นกัน

เขียนพินัยกรรมเองโดยไม่มีพยานได้ไหม

ได้ พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับกฎหมายไม่กำหนดให้ต้องมีพยาน แต่ผู้ทำต้องเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งหมด ตั้งแต่ข้อความ วัน เดือน ปี ไปจนถึงลายมือชื่อ จะพิมพ์หรือให้ผู้อื่นเขียนแทนแม้เพียงบางส่วนไม่ได้

พินัยกรรมด้วยวาจามีผลนานแค่ไหน

พินัยกรรมทำด้วยวาจาใช้ได้เฉพาะเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษจนผู้ทำไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ และจะสิ้นผลเมื่อพ้น 1 เดือน นับจากวันที่ผู้ทำกลับมาอยู่ในฐานะที่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นได้

ผู้ทำพินัยกรรมต้องอายุเท่าไร

ผู้ทำพินัยกรรมต้องมีอายุอย่างน้อย 15 ปี และขณะทำต้องรู้สำนึก เข้าใจข้อความ และแสดงเจตนาได้อย่างแท้จริง พินัยกรรมต้องเกิดจากความสมัครใจ ไม่ถูกข่มขู่ หลอกลวง หรือบังคับ

สรุป

พินัยกรรมทั้ง 5 แบบมีผลทางกฎหมายได้ หากทำครบเงื่อนไขของแบบนั้น แต่ไม่มีแบบใดที่เหมาะกับทุกคน และไม่มีแบบใดรับประกันว่าจะไม่เกิดข้อโต้แย้ง สิ่งสำคัญคือเลือกแบบให้ตรงกับสถานการณ์ เขียนเจตนาให้ชัด ใช้พยานให้ถูกต้อง เก็บต้นฉบับให้ค้นพบ และทบทวนเมื่อทรัพย์สินหรือครอบครัวเปลี่ยนแปลง

อ้างอิงมาตรากฎหมาย: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะ 3 หมวด 2 แบบพินัยกรรม (มาตรา 1655–1672) และกฎกระทรวงว่าด้วยการทำพินัยกรรมหรือการแสดงเจตนาเกี่ยวกับมรดก พ.ศ. 2569

ต้องการปรึกษาเรื่องพินัยกรรมหรือวางแผนมรดกให้เหมาะกับครอบครัวของคุณ?

มีบริการนอกสถานที่ตามนัดหมาย · เวลาทำการจันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี กฎหมายและแนวปฏิบัติของหน่วยงานอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้สนใจควรตรวจสอบกับหน่วยงานหรือผู้ประกอบวิชาชีพก่อนดำเนินการจริง

แหล่งอ้างอิงทางกฎหมายและข้อมูลทางการ

  1. กรมการปกครอง: พินัยกรรมมี 5 แบบ ทำอย่างไร
  2. กรมการปกครอง: คู่มือปฏิบัติงานทะเบียนพินัยกรรม
  3. กรมประชาสัมพันธ์: กฎกระทรวงว่าด้วยการทำพินัยกรรมหรือการแสดงเจตนาเกี่ยวกับมรดก พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ 24 มี.ค. 2569
  4. คู่มือปฏิบัติงานพินัยกรรมและการแสดงเจตนาเกี่ยวกับมรดก พ.ศ. 2569 (กรมการปกครอง)

ผู้เขียนและตรวจทาน: กษิดิศ อุดมภาพ ทนายความ · เผยแพร่ 11 กรกฎาคม 2569 · ปรับปรุงล่าสุด 29 กรกฎาคม 2569