Living Will คืออะไร — การตัดสินใจล่วงหน้า เผื่อวันที่คุณสื่อสารความต้องการของตนเองไม่ได้


แบบฟอร์มยินยอมกับปากกา สื่อการแสดงเจตนาล่วงหน้า

Living Will หรือ “หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข” คือเอกสารที่บุคคลจัดทำไว้ล่วงหน้า เพื่อบอกความประสงค์เกี่ยวกับการดูแลรักษาในช่วงท้ายของชีวิต ขณะที่ตนเองยังสามารถเข้าใจ ตัดสินใจ และแสดงเจตนาได้อย่างชัดเจน คนทั่วไปมักเรียกเอกสารนี้ว่า “พินัยกรรมชีวิต” แต่ไม่ใช่พินัยกรรมแบ่งทรัพย์สิน และไม่ได้มีผลเฉพาะหลังเสียชีวิต หากแต่เป็นการกำหนดแนวทางดูแลรักษาในขณะที่ผู้ทำยังมีชีวิตอยู่

แล้ว Living Will คืออะไรกันแน่

พูดให้ง่ายที่สุด Living Will เปรียบเสมือนจดหมายถึงอนาคต ซึ่งเราเขียนไว้ในวันที่ยังสามารถตัดสินใจได้ เพื่อบอกว่า หากวันหนึ่งเข้าสู่ภาวะตามที่ระบุไว้ เราต้องการหรือไม่ต้องการรับการรักษาแบบใด และต้องการให้ดูแลเราอย่างไร

ตัวอย่างเรื่องที่อาจระบุไว้ ได้แก่

  • ไม่ประสงค์ให้ช่วยฟื้นคืนชีพ ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือใช้หัตถการบางอย่าง หากแพทย์ประเมินว่าเป็นเพียงการยืดการตายในวาระสุดท้ายและไม่ทำให้โรคดีขึ้น
  • ประสงค์ให้ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง การระงับปวด การบรรเทาอาการเหนื่อย หอบ หรือความทุกข์ทรมานอย่างเหมาะสม
  • ระบุบุคคลที่ไว้ใจให้ช่วยอธิบายความประสงค์ของผู้ทำแก่แพทย์และครอบครัว เมื่อผู้ทำไม่สามารถสื่อสารได้

การนำข้อความเหล่านี้ไปใช้จริงต้องพิจารณาตามสภาวะของผู้ป่วย ความเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข และหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่การปฏิเสธการรักษาทุกชนิดในทุกสถานการณ์

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ชัด

Living Will ไม่ใช่การุณยฆาต ไม่ใช่การร้องขอให้แพทย์ทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น และไม่ใช่การละทิ้งผู้ป่วย แต่เป็นการแสดงเจตนาไม่รับบริการที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ป่วยยังคงมีสิทธิได้รับการดูแลเพื่อบรรเทาอาการและรักษาความสุขสบายอย่างเหมาะสม

Living Will ต่างจากพินัยกรรมอย่างไร

ทั้งสองฉบับจึงมีวัตถุประสงค์และช่วงเวลาที่มีผลต่างกัน และควรจัดทำเป็นเอกสารแยกจากกัน

Living Willพินัยกรรมมรดก
เกี่ยวกับอะไรความประสงค์ด้านการดูแลรักษาขณะที่ผู้ทำยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในวาระสุดท้ายของชีวิตหรือภาวะตามที่กฎหมายกำหนดการกำหนดการจัดการทรัพย์สินและกิจการบางประการ
มีผลเมื่อไรขณะที่ผู้ทำยังมีชีวิตอยู่เมื่อผู้ทำถึงแก่ความตาย

บุคคลหนึ่งสามารถจัดทำทั้ง Living Will และพินัยกรรมมรดกควบคู่กันได้ เพื่อวางแผนทั้งเรื่องการดูแลตนเองและการจัดการทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ

พินัยกรรมมรดกในกฎหมายไทยมีอยู่ 5 แบบ แต่ละแบบมีขั้นตอนและเงื่อนไขพยานต่างกัน อ่านรายละเอียดได้ที่บทความ พินัยกรรม 5 แบบตามกฎหมายไทย เลือกแบบไหนดี

กฎหมายไทยรับรองเรื่องนี้จริงหรือ

จริง มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ รับรองสิทธิของบุคคลในการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย

เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขปฏิบัติตามเจตนาของผู้ทำหนังสือโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด การกระทำนั้นไม่ถือเป็นความผิดและผู้ปฏิบัติได้รับความคุ้มครองจากความรับผิดตามที่กฎหมายบัญญัติ

อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าแพทย์ต้องปฏิบัติตามข้อความทุกประการโดยไม่ตรวจสอบ แพทย์ต้องพิจารณาความถูกต้องของเอกสาร สภาพของผู้ป่วย เงื่อนไขที่ผู้ทำระบุไว้ และมาตรฐานวิชาชีพ

หากผู้ทำยังสามารถสื่อสารและตัดสินใจได้ ความประสงค์ปัจจุบันของผู้ทำย่อมเป็นข้อมูลสำคัญที่สุดในการดูแลรักษา

Living Will จึงมีความสำคัญทางกฎหมาย แต่จะนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อผู้ทำได้พูดคุยกับครอบครัว แจ้งแพทย์หรือสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง และเก็บเอกสารไว้ในที่ที่สามารถค้นพบและนำมาใช้ได้เมื่อจำเป็น

ต้องใช้ทนายไหม หรือทำเองได้

โดยหลักแล้วบุคคลสามารถจัดทำ Living Will ได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องใช้ทนายความ และสามารถใช้แบบตัวอย่างของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเป็นแนวทางได้

อย่างไรก็ตาม บางกรณีอาจเลือกปรึกษาทนายความเพื่อช่วยตรวจสอบและเรียบเรียงข้อความให้ชัดเจน เช่น

  • ต้องการจัดทำ Living Will ควบคู่กับพินัยกรรมและการวางแผนมรดก โดยแยกวัตถุประสงค์และผลทางกฎหมายของแต่ละเอกสารให้ชัดเจน
  • สมาชิกในครอบครัวมีความเห็นต่างกัน หรือมีข้อกังวลว่าอาจเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความสมัครใจและความสามารถในการตัดสินใจของผู้ทำ
  • ผู้ทำมีเงื่อนไขการรักษาเฉพาะตัว ต้องการระบุบุคคลที่ช่วยอธิบายเจตนา หรืออยากให้ข้อความสอดคล้องกับข้อมูลทางการแพทย์และแผนการดูแลล่วงหน้า

บทบาทของทนายความคือช่วยทำให้เอกสารมีถ้อยคำชัดเจน ลดความกำกวม และอธิบายผลทางกฎหมายให้ผู้ทำเข้าใจ

แต่ไม่อาจรับประกันได้ว่าเอกสารจะไม่เกิดข้อโต้แย้ง หรือจะถูกนำไปปฏิบัติตามทุกกรณี เพราะการดำเนินการจริงยังขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง สภาวะของผู้ป่วย การประเมินของแพทย์ และหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

ทำ Living Will แล้วแพทย์ต้องทำตามทุกกรณีหรือไม่

ไม่เสมอไป ความคุ้มครองตามกฎหมายไม่ได้หมายความว่าแพทย์ต้องปฏิบัติตามข้อความทุกประการโดยไม่ตรวจสอบ แพทย์ต้องพิจารณาความถูกต้องของเอกสาร สภาพของผู้ป่วย เงื่อนไขที่ผู้ทำระบุไว้ และมาตรฐานวิชาชีพ หากผู้ทำยังสามารถสื่อสารและตัดสินใจได้ ความประสงค์ปัจจุบันของผู้ทำย่อมเป็นข้อมูลสำคัญที่สุดในการดูแลรักษา

Living Will คือการุณยฆาตหรือไม่

ไม่ใช่ Living Will ไม่ใช่การุณยฆาต ไม่ใช่การร้องขอให้แพทย์ทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น และไม่ใช่การละทิ้งผู้ป่วย แต่เป็นการแสดงเจตนาไม่รับบริการที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ป่วยยังคงมีสิทธิได้รับการดูแลเพื่อบรรเทาอาการและรักษาความสุขสบายอย่างเหมาะสม

มีแบบฟอร์มตัวอย่างให้ใช้เป็นแนวทางไหม

มี สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีแบบตัวอย่างที่ใช้เป็นแนวทางได้ และโดยหลักแล้วบุคคลสามารถจัดทำ Living Will ได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องใช้ทนายความ

ควรเก็บเอกสาร Living Will ไว้ที่ไหนและควรบอกใครบ้าง

Living Will จะนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อผู้ทำได้พูดคุยกับครอบครัว แจ้งแพทย์หรือสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง และเก็บเอกสารไว้ในที่ที่สามารถค้นพบและนำมาใช้ได้เมื่อจำเป็น

เมื่อไรควรปรึกษาทนายความเรื่อง Living Will

อาจปรึกษาทนายความเมื่อต้องการจัดทำ Living Will ควบคู่กับพินัยกรรมและการวางแผนมรดก เมื่อสมาชิกในครอบครัวมีความเห็นต่างกันหรือมีข้อกังวลว่าอาจเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความสมัครใจและความสามารถในการตัดสินใจของผู้ทำ หรือเมื่อผู้ทำมีเงื่อนไขการรักษาเฉพาะตัวและต้องการให้ข้อความสอดคล้องกับข้อมูลทางการแพทย์และแผนการดูแลล่วงหน้า

สรุปสั้น ๆ

Living Will เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บุคคลได้แสดงความประสงค์เกี่ยวกับการดูแลรักษาในช่วงท้ายของชีวิตไว้ล่วงหน้า ช่วยให้แพทย์และครอบครัวเข้าใจเจตนาของผู้ป่วยได้ชัดเจนขึ้น และช่วยลดภาระในการคาดเดาหรือตัดสินใจแทนเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

การจัดทำเอกสารจึงไม่ใช่เพียงการเซ็นแบบฟอร์ม แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการพูดคุยเรื่องเป้าหมายการดูแลกับครอบครัว แพทย์ และบุคคลที่ผู้ทำไว้วางใจ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันมากที่สุด

ต้องการจัดทำ Living Will หรือวางแผนพินัยกรรมและมรดกควบคู่กัน?

มีบริการนอกสถานที่ตามนัดหมาย · เวลาทำการจันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายหรือคำแนะนำทางการแพทย์สำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี การจัดทำและการใช้ Living Will อาจต้องพิจารณาร่วมกับสภาวะสุขภาพ ความประสงค์ของผู้ทำ และแนวทางของสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงทางกฎหมายและข้อมูลทางการ

  1. พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๒ (ราชกิจจานุเบกษา)
  2. กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาฯ พ.ศ. ๒๕๕๓
  3. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ: e-Living Will และแบบฟอร์มตัวอย่าง

ผู้เขียนและตรวจทาน: กษิดิศ อุดมภาพ ทนายความ · เผยแพร่ 10 กรกฎาคม 2569 · ปรับปรุงล่าสุด 29 กรกฎาคม 2569