นโยบายความเป็นส่วนตัว
สารบัญ
บริษัท อุทัย แอนด์ ซัน จำกัด
สำนักงานกฎหมาย อุทัย แอนด์ ซัน
มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ | ปรับปรุงล่าสุด 11 กรกฎาคม 2569 | เวอร์ชัน 1.0
สาระสำคัญ
นโยบายนี้อธิบายการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ผู้ติดต่อ ผู้ขอรับบริการ ลูกความ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานของสำนักงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) ทั้งนี้ นโยบายนี้เป็นคำแจ้งเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูล ไม่ใช่แบบขอความยินยอม และสำนักงานจะขอความยินยอมเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดหรือเลือกใช้ความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมาย
1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางติดต่อ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายนี้ คือ
- บริษัท อุทัย แอนด์ ซัน จำกัด เลขทะเบียนนิติบุคคล 0105563073652
- สำนักงาน: 5 ซอยคู้บอน 12 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230
- เว็บไซต์: www.uthaiandson.com
- อีเมลสำหรับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล: admin@uthaiandson.com โดยระบุหัวข้อ “PDPA”
- โทรศัพท์: 061-651-6255
- LINE Official Account: @uthaiandson
สำนักงานกำหนดผู้ประสานงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อรับคำถามและคำขอใช้สิทธิ ทั้งนี้ การใช้คำว่า “ผู้ประสานงาน” ไม่ได้หมายความว่าเป็นการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ตามมาตรา 41 เว้นแต่สำนักงานจะมีการแต่งตั้งและแจ้งให้ทราบแยกต่างหาก
2. บุคคลที่นโยบายนี้ครอบคลุม
- ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์และผู้ใช้ช่องทางออนไลน์ของสำนักงาน
- ผู้ติดต่อสอบถาม ผู้ขอนัดหมาย และผู้ที่อยู่ระหว่างพิจารณาใช้บริการ
- ลูกความ ผู้แทน ผู้มีอำนาจลงนาม กรรมการ พนักงาน หรือผู้ติดต่อของลูกความ
- คู่กรณี พยาน ผู้เชี่ยวชาญ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับผลประโยชน์ สมาชิกครอบครัว และบุคคลอื่นที่ปรากฏในเอกสารหรือเกี่ยวข้องกับงานกฎหมาย
- ผู้ใช้บริการรับรองลายมือชื่อและเอกสาร รวมถึงพยานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ให้บริการ คู่ค้า ผู้สมัครงาน และบุคคลอื่นที่ติดต่อกับสำนักงาน
3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่สำนักงานอาจเก็บรวบรวม
3.1 ข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อ
- ชื่อ นามสกุล ชื่อที่ใช้ติดต่อ วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ สัญชาติ ลายมือชื่อ ภาพถ่าย และข้อมูลระบุตัวตนอื่น
- ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล LINE ID บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ และช่องทางติดต่อ
- เลขประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบขับขี่ หรือเอกสารยืนยันตัวตน เฉพาะเท่าที่จำเป็น
3.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อและการให้บริการ
- ข้อความ คำถาม บันทึกการนัดหมาย เอกสารแนบ และข้อมูลที่ท่านส่งผ่านโทรศัพท์ อีเมล LINE Facebook แบบฟอร์มติดต่อ หรือช่องทางอื่น
- ข้อมูลข้อเท็จจริง เอกสาร พยานหลักฐาน ความเห็น และคำสั่งที่เกี่ยวกับคดี การให้คำปรึกษา การร่างเอกสาร การจดทะเบียน หรือบริการอื่น
- ข้อมูลการตรวจสอบความขัดกันแห่งผลประโยชน์ เช่น ชื่อคู่กรณี ผู้เกี่ยวข้อง และลักษณะเรื่องโดยสรุป
- ข้อมูลการชำระเงิน ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และข้อมูลที่กฎหมายบัญชีหรือภาษีกำหนด
- ข้อมูลจากงานรับรองลายมือชื่อและเอกสาร เช่น เอกสารยืนยันตัวตน สำเนาเอกสาร วันเวลา สถานที่ และบันทึกการรับรอง
3.3 ข้อมูลทางเทคนิคของเว็บไซต์
- หมายเลข IP ประเภทอุปกรณ์ เบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ วันที่และเวลา หน้าที่เข้าชม URL อ้างอิง และบันทึกเหตุการณ์ของระบบ
- คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน ตามรายละเอียดในนโยบายคุกกี้
เว็บไซต์ใช้ Google Analytics 4 (Measurement ID: G-CSRH19K3NB) เพื่อวิเคราะห์การใช้งานและปรับปรุงบริการ โดยจะเริ่มเก็บข้อมูลเฉพาะเมื่อท่านให้ความยินยอมผ่านแบนเนอร์คุกกี้เท่านั้น ท่านสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ตลอดผ่านลิงก์ “ตั้งค่าคุกกี้” ใน footer
3.4 ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว
งานกฎหมายอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลตามมาตรา 26 เช่น ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ความเชื่อทางศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง พฤติกรรมทางเพศ ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลพันธุกรรม ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลอ่อนไหวอื่น สำนักงานจะเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยเฉพาะเท่าที่จำเป็นและมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น ความยินยอมโดยชัดแจ้ง การก่อตั้งหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การต่อสู้สิทธิเรียกร้อง หรือเหตุอื่นที่กฎหมายอนุญาต สำหรับประวัติอาชญากรรม สำนักงานจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
4. แหล่งที่มาของข้อมูล
- จากเจ้าของข้อมูลโดยตรง เช่น การกรอกแบบฟอร์ม ส่งข้อความ ส่งเอกสาร หรือให้ข้อมูลระหว่างรับบริการ
- จากลูกความ ผู้แทน คู่กรณี พยาน บุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ให้บริการ
- จากศาล หน่วยงานของรัฐ ทะเบียนหรือฐานข้อมูลที่กฎหมายอนุญาตให้เข้าถึง และแหล่งข้อมูลสาธารณะ
- จากระบบเว็บไซต์ ผู้ให้บริการโฮสติ้ง ระบบอีเมล และแพลตฟอร์มสื่อสาร
กรณีที่สำนักงานได้รับข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลโดยตรง สำนักงานจะดำเนินการแจ้งรายละเอียดตามมาตรา 25 เมื่อกฎหมายกำหนด เว้นแต่เจ้าของข้อมูลทราบอยู่แล้ว การแจ้งไม่สามารถทำได้หรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้ข้อมูลตามเงื่อนไขกฎหมาย มีเหตุเร่งด่วนตามกฎหมาย หรือข้อมูลนั้นอยู่ภายใต้หน้าที่รักษาความลับจากการประกอบวิชาชีพ
5. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย
| วัตถุประสงค์ | ฐานทางกฎหมาย | ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|
| ให้เว็บไซต์ทำงาน ป้องกันการโจมตี ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาระบบ | ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 24(5) | ข้อมูลทางเทคนิค คุกกี้ที่จำเป็น และ log |
| ตอบข้อสอบถาม นัดหมาย เสนอข้อมูลบริการ และดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา | การดำเนินการก่อนเข้าทำสัญญา มาตรา 24(3) และ/หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 24(5) | ข้อมูลติดต่อ ข้อความ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง |
| ตรวจสอบความขัดกันแห่งผลประโยชน์และพิจารณารับงาน | ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 24(5) และการก่อตั้ง/ใช้/ต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย | ชื่อบุคคล คู่กรณี และข้อมูลเรื่องโดยสรุป |
| ให้บริการทางกฎหมาย รับรองลายมือชื่อและเอกสาร ประสานงาน และดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย | สัญญา มาตรา 24(3), ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 24(5), การปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา 24(6) | ข้อมูลลูกความและบุคคลที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น |
| ประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวกับคดีหรือคำปรึกษา | ความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือข้อยกเว้นตามมาตรา 26 โดยเฉพาะมาตรา 26(4) สำหรับสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย | ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลอ่อนไหวอื่นเท่าที่จำเป็น |
| ออกใบแจ้งหนี้ รับชำระเงิน จัดทำบัญชีและภาษี | สัญญา มาตรา 24(3) และการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา 24(6) | ข้อมูลติดต่อและข้อมูลการเงินที่จำเป็น |
| รักษาความปลอดภัย ป้องกันการทุจริต จัดการข้อร้องเรียน และก่อตั้งหรือปกป้องสิทธิของสำนักงานหรือลูกความ | ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 24(5), การปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา 24(6), และมาตรา 26(4) เมื่อเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว | ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ข้อพิพาท หรือสิทธิเรียกร้อง |
| ส่งข่าวสาร บทความ หรือการประชาสัมพันธ์ที่ไม่เกี่ยวกับบริการที่ท่านร้องขอ | ความยินยอม มาตรา 24(1) เว้นแต่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ฐานอื่น | ชื่อและช่องทางติดต่อ |
การให้ข้อมูลจำเป็นหรือไม่
ข้อมูลบางรายการจำเป็นเพื่อยืนยันตัวตน ปฏิบัติตามกฎหมาย เข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญา หรือดำเนินงานตามที่ท่านร้องขอ หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น สำนักงานอาจไม่สามารถรับงาน ให้บริการ ดำเนินการแทน ออกเอกสาร หรือปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายได้ อย่างไรก็ดี สำนักงานจะไม่ขอข้อมูลเกินกว่าที่จำเป็น
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักงานไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคล และจะเปิดเผยเฉพาะเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องแก่บุคคลหรือหน่วยงานต่อไปนี้
- ทนายความ ที่ปรึกษา พนักงาน และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน ตามหลักจำเป็นต้องรู้และภายใต้หน้าที่รักษาความลับ
- ศาล หน่วยงานของรัฐ เจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
- คู่กรณี ทนายความของคู่กรณี พยาน ผู้เชี่ยวชาญ ล่าม นักแปล ผู้สอบบัญชี นายทะเบียน ผู้รับส่งเอกสาร หรือผู้เกี่ยวข้องกับงานตามที่จำเป็น
- ผู้ให้บริการที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของสำนักงาน เช่น โฮสติ้ง ระบบอีเมล ที่จัดเก็บเอกสาร ระบบสำรองข้อมูล ผู้ดูแลระบบ บัญชี การชำระเงิน และผู้ให้บริการแบบฟอร์มออนไลน์ โดยสำนักงานจะจัดให้มีข้อตกลงหรือเงื่อนไขคุ้มครองข้อมูลตามความเหมาะสม
- Google LLC (Google Analytics 4) — วิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ สหรัฐอเมริกา + Global — เริ่มเมื่อได้รับความยินยอม
- ผู้รับโอนกิจการหรือผู้เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างองค์กร โดยอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความลับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แพลตฟอร์ม LINE และ Meta/Facebook
เมื่อท่านติดต่อสำนักงานผ่าน LINE หรือ Facebook ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอาจประมวลผลข้อมูลบางส่วนในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองตามนโยบายของแพลตฟอร์ม ขณะที่สำนักงานเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับข้อความและข้อมูลที่สำนักงานได้รับและนำมาใช้เพื่อการติดต่อหรือให้บริการ สถานะของแต่ละฝ่ายจึงอาจแตกต่างกันตามกิจกรรม ไม่ถือว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลของสำนักงานในทุกกรณี
7. การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ อีเมล โฮสติ้ง หรือแพลตฟอร์มสื่อสารบางรายอาจประมวลผลหรือเก็บข้อมูลในต่างประเทศ สำนักงานจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนเป็นไปตามมาตรา 28 และมาตรา 29 ของ PDPA เช่น การพิจารณามาตรฐานของประเทศปลายทาง การใช้ข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด หรือการจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมและสามารถบังคับสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงและบริการที่ใช้งานจริง
8. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล
| ประเภทข้อมูล | ระยะเวลาโดยทั่วไป |
|---|---|
| ข้อมูลผู้ติดต่อที่ยังไม่เป็นลูกความ | ไม่เกิน 1 ปีนับจากการติดต่อครั้งสุดท้าย เว้นแต่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ข้อร้องเรียน หรือสิทธิเรียกร้อง |
| ข้อมูลตรวจสอบความขัดกันแห่งผลประโยชน์ | เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นโดยทั่วไปไม่เกิน 10 ปีนับจากการติดต่อหรือปิดเรื่อง |
| แฟ้มลูกความและงานกฎหมาย | ตลอดระยะเวลาการให้บริการและโดยทั่วไปไม่เกิน 10 ปีหลังปิดงาน เว้นแต่กฎหมาย คำสั่งหน่วยงาน ข้อพิพาท อายุความ หรือความจำเป็นในการปกป้องสิทธิกำหนดให้เก็บนานกว่า |
| เอกสารบัญชี ภาษี และการเงิน | ตามระยะเวลาที่กฎหมายบัญชี ภาษี หรือกฎหมายอื่นกำหนด |
| บันทึกงานรับรองลายมือชื่อและเอกสาร | ตามระยะเวลาที่กฎหมายหรือข้อกำหนดวิชาชีพกำหนด และโดยทั่วไปไม่เกิน 10 ปี เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องเก็บต่อ |
| ข้อมูลทางเทคนิคและ log เว็บไซต์ | ตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อความมั่นคงปลอดภัยและการตรวจสอบระบบ โดยทั่วไปไม่เกิน 1 ปี เว้นแต่เกี่ยวข้องกับเหตุผิดปกติหรือข้อพิพาท |
| ข้อมูลการตลาดที่อาศัยความยินยอม | จนกว่าจะถอนความยินยอมหรือพ้น 2 ปีนับจากการติดต่อครั้งสุดท้าย แล้วแต่เหตุใดถึงก่อน |
เมื่อพ้นระยะเวลา สำนักงานจะลบ ทำลาย ทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคล หรือจำกัดการใช้ข้อมูลอย่างปลอดภัย เว้นแต่ต้องระงับการทำลายเพื่อคดี ข้อพิพาท การตรวจสอบ หรือหน้าที่ตามกฎหมาย (legal hold)
9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นของกฎหมาย ท่านอาจมีสิทธิดังต่อไปนี้
- ถอนความยินยอม โดยไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ชอบด้วยกฎหมายก่อนถอน
- ขอเข้าถึง ขอรับสำเนา และขอทราบแหล่งที่มาของข้อมูลที่ไม่ได้เก็บจากท่านโดยตรง
- ขอรับหรือโอนย้ายข้อมูล เฉพาะข้อมูลและระบบที่เข้าเงื่อนไขมาตรา 31
- คัดค้านการประมวลผลในกรณีที่กฎหมายให้สิทธิ
- ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
- ขอระงับการใช้ข้อมูล
- ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมาย
ท่านส่งคำขอได้ที่ admin@uthaiandson.com โดยระบุหัวข้อ “PDPA” สำนักงานอาจขอข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนและรายละเอียดที่จำเป็นต่อการพิจารณาคำขอ และจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปไม่เกิน 30 วันในกรณีที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาดังกล่าว
สำนักงานอาจปฏิเสธหรือจำกัดคำขอได้เมื่อกฎหมายอนุญาต เช่น กระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ขัดคำสั่งศาล จำเป็นต่อการก่อตั้งหรือใช้สิทธิเรียกร้อง ต้องเก็บตามกฎหมาย หรือการเปิดเผยจะกระทบหน้าที่รักษาความลับของลูกความ ทั้งนี้ สำนักงานจะบันทึกเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนด
10. การรักษาความลับของลูกความ
นอกจาก PDPA แล้ว ทนายความของสำนักงานมีหน้าที่รักษาความลับของลูกความตามข้อ 11 แห่งข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ซึ่งห้ามเปิดเผยความลับของลูกความที่ได้รู้ในหน้าที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากลูกความหรือโดยอำนาจศาล สำนักงานจะพิจารณาหน้าที่ดังกล่าวควบคู่กับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
11. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
สำนักงานจัดให้มีมาตรการเชิงองค์กร เชิงเทคนิค และทางกายภาพที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยง เพื่อรักษาความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งานของข้อมูล ตัวอย่างมาตรการ ได้แก่
- จำกัดสิทธิการเข้าถึงตามหน้าที่และหลักจำเป็นต้องรู้ พร้อมทบทวนสิทธิเป็นระยะ
- กำหนดหน้าที่รักษาความลับและแนวปฏิบัติสำหรับบุคลากรและผู้ให้บริการ
- ใช้การยืนยันตัวตนที่เหมาะสม การเข้ารหัสระหว่างรับส่งข้อมูล การสำรองข้อมูล และการป้องกันมัลแวร์ตามความเสี่ยง
- จัดการเอกสารและสื่อบันทึกข้อมูลอย่างปลอดภัย รวมถึงการทำลายเมื่อพ้นความจำเป็น
- ประเมินและทบทวนมาตรการเมื่อระบบ เทคโนโลยี หรือความเสี่ยงเปลี่ยนแปลง
- มีขั้นตอนตรวจจับ รับมือ บันทึก และทบทวนเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
รายละเอียดมาตรการบางส่วนอาจไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
12. เหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อทราบเหตุละเมิด สำนักงานจะประเมินลักษณะ ขอบเขต และความเสี่ยงโดยไม่ชักช้า บันทึกเหตุและมาตรการแก้ไข และแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ หากเหตุมีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เว้นแต่เข้าเงื่อนไขไม่ต้องแจ้งตามกฎหมาย หากมีความเสี่ยงสูง สำนักงานจะแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางลดผลกระทบโดยไม่ชักช้า
13. ข้อมูลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ
สำนักงานอาจต้องประมวลผลข้อมูลของบุคคลดังกล่าวเมื่อเกี่ยวข้องกับการให้บริการหรือการดำเนินคดี โดยจะใช้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม หากกิจกรรมใดอาศัยความยินยอม สำนักงานจะขอความยินยอมจากผู้เยาว์ ผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามเงื่อนไขมาตรา 20 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ได้หมายความว่าการประมวลผลข้อมูลของบุคคลดังกล่าวทุกกรณีต้องอาศัยความยินยอม
14. คุกกี้และบริการภายนอก
เว็บไซต์ใช้คุกกี้ที่จำเป็นต่อความปลอดภัยและการทำงานของระบบ รายละเอียดอยู่ในนโยบายคุกกี้ เมื่อท่านคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มภายนอก การประมวลผลบนแพลตฟอร์มนั้นอยู่ภายใต้นโยบายของผู้ให้บริการดังกล่าว
15. การปรับปรุงนโยบาย
สำนักงานอาจปรับปรุงนโยบายนี้เมื่อบริการ เทคโนโลยี หรือกฎหมายเปลี่ยนแปลง โดยจะแสดงวันที่ปรับปรุงล่าสุดบนเว็บไซต์ หากการเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบสำคัญต่อสิทธิ สำนักงานจะแจ้งผ่านช่องทางที่เหมาะสม และจะขอความยินยอมใหม่เมื่อกฎหมายกำหนด
16. การติดต่อและการร้องเรียน
หากมีคำถาม ต้องการใช้สิทธิ หรือประสงค์ให้สำนักงานตรวจสอบเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่อ admin@uthaiandson.com โดยระบุหัวข้อ “PDPA” หรือโทรศัพท์ 061-651-6255 หรือส่งหนังสือมายังที่อยู่ในข้อ 1 หากเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลไม่เป็นไปตามกฎหมาย ท่านมีสิทธิร้องเรียนผ่านช่องทางที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศไว้ รวมถึงระบบรับเรื่องร้องเรียนที่ complaint.pdpc.or.th
เอกสารฉบับนี้จัดทำเพื่อใช้เป็นคำแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน และต้องสอดคล้องกับระบบ ขั้นตอน และผู้ให้บริการที่ใช้งานจริงอยู่เสมอ
มีคำถามเกี่ยวกับนโยบายนี้?
ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00