ปรึกษากฎหมายรายเคส กับ ที่ปรึกษาประจำ ต่างกันอย่างไร


เอกสารชุดเดียวรัดด้วยแถบทองเหลืองวางคู่กับเอกสารกองหนารัดด้วยริบบิ้นสีกรมท่า มีปากกาหมึกซึมวางอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝั่ง สื่อการเลือกระหว่างปรึกษารายเคสกับที่ปรึกษาประจำ

คำถามนี้ไม่ได้ตอบด้วยราคา แต่ตอบด้วยความถี่ของงาน

หลายคนถามว่าจ้างที่ปรึกษากฎหมายประจำคุ้มกว่าจ่ายเป็นครั้ง ๆ หรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเรื่องให้ทนายดูบ่อยแค่ไหน และงานส่วนใหญ่เป็นงานแบบไหน ไม่ใช่ว่าแบบใดแบบหนึ่งดีกว่าโดยตัวมันเอง

บทความนี้เปรียบเทียบสองรูปแบบให้เห็นภาพ พร้อมบอกว่าอะไรรวมและอะไรไม่รวม เพื่อให้ตัดสินใจได้ก่อนเริ่มคุยเรื่องเงื่อนไข

ต่างกันตรงไหน

หัวข้อเทียบจ่ายรายเคสที่ปรึกษากฎหมายประจำ
ลักษณะงานเรื่องเฉพาะกิจ จบเป็นครั้ง ๆงานต่อเนื่อง มีเรื่องเข้ามาเรื่อย ๆ
เหมาะเมื่อนาน ๆ มีเรื่องที ปริมาณเอกสารไม่มากมีสัญญาหรือเอกสารให้ตรวจสม่ำเสมอ
การเริ่มงานแต่ละครั้งอาจต้องอธิบายบริบทของแต่ละเรื่องเพิ่มเติมเมื่อทำงานต่อเนื่อง ทนายอาจคุ้นเคยกับบริบทของงานมากขึ้น
ขอบเขตงานตกลงกันเป็นเรื่อง ๆ ไปตกลงขอบเขตไว้ล่วงหน้าตามรูปแบบที่เลือก

ตัวชี้วัดที่ใช้ได้จริง

ลองนับย้อนดูว่าปีที่ผ่านมามีเอกสารหรือสัญญาที่ต้องให้ทนายดูกี่ครั้ง ถ้าไม่กี่ครั้งและแต่ละครั้งเป็นคนละเรื่องกัน การจ่ายรายเคสมักตรงกับการใช้งานมากกว่า แต่ถ้ามีสัญญาหรือเอกสารเข้ามาให้ตรวจเป็นประจำ รูปแบบต่อเนื่องอาจเหมาะกว่า

ที่ปรึกษาประจำของสำนักงานเน้นงานแบบไหน

ที่ปรึกษากฎหมายประจำของสำนักงานเน้นไปที่ การตรวจเอกสารและร่างสัญญา เช่น กรณีที่มีสัญญาหลายฉบับต้องตรวจอย่างต่อเนื่อง หรือมีเอกสารที่ต้องใช้ซ้ำ ๆ และอยากให้มีคนดูให้ก่อนนำไปใช้จริงทุกครั้ง

ลักษณะของงานตรวจเอกสารคือต้องดูความสอดคล้องกับสัญญาฉบับก่อนหน้าและแนวปฏิบัติเดิมขององค์กร การทำงานแบบต่อเนื่องจึงเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับงานลักษณะนี้

อะไรที่ไม่รวมอยู่ในที่ปรึกษาประจำ

เพื่อไม่ให้เข้าใจคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น รายการต่อไปนี้ คิดแยกต่างหาก ไม่รวมอยู่ในที่ปรึกษาประจำ

  • ค่าคดีความ — กรณีที่เรื่องต้องเข้าสู่การดำเนินคดี
  • ค่าเดินทาง
  • ค่ารับรองเอกสาร — งานของทนายความผู้ทำคำรับรอง
  • ค่าแปลเอกสาร

รายละเอียดของงานรับรองเอกสารและงานแปล ดูได้ที่หน้า บริการรับรองเอกสาร และ แปลเอกสารรับรองโดยทนาย

คิดค่าบริการแบบไหนได้บ้าง

สำนักงานมีรูปแบบให้เลือกทั้ง รายชั่วโมง รายเดือน และรายปี รูปแบบที่เหมาะขึ้นอยู่กับลักษณะงานและปริมาณงานจริงของแต่ละราย จึงเป็นเรื่องที่ควรคุยกันก่อนเพื่อเลือกให้ตรงกับการใช้งาน

อัตราค่าบริการขึ้นกับขอบเขตและปริมาณงานที่ตกลงกัน สอบถามรายละเอียดได้ก่อนตัดสินใจ

ที่ปรึกษาประจำเหมาะกับใคร

รูปแบบต่อเนื่องมักเหมาะกับ

  1. บริษัทเปิดใหม่ที่มีนิติกรรมสัญญากับลูกค้าจำนวนมาก — ช่วงตั้งต้นมักเป็นช่วงที่เอกสาร ยังไม่เข้าที่ และเป็นช่วงที่การวางแบบสัญญาให้ถูกตั้งแต่แรกมีผลต่อการทำงานในระยะยาว
  2. บุคคลหรือบริษัทที่ไม่มีฝ่ายกฎหมายของตนเอง — สามารถขอให้ทนายช่วยตรวจเอกสาร ตามขอบเขตที่ตกลงกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายกฎหมายภายใน
  3. ผู้ที่มีเอกสารให้ตรวจจำนวนมาก — ยิ่งปริมาณมาก การคุยกันเป็นรอบ ๆ ยิ่งสะดวกกว่าการเปิดเรื่องใหม่ทีละครั้ง

ในทางกลับกัน ถ้าเรื่องที่มีเป็นเรื่องเดียวจบ เช่น ตรวจสัญญาฉบับเดียวก่อนเซ็น หรือปรึกษาปัญหาเฉพาะหน้าครั้งเดียว การจ่ายรายเคสมักตรงกับความต้องการมากกว่า และไม่จำเป็นต้องผูกเป็นรูปแบบต่อเนื่อง

เริ่มจากตรงไหนดี

ถ้ายังไม่แน่ใจ วิธีที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากงานจริงที่มีอยู่ตรงหน้าหนึ่งเรื่อง แล้วดูว่าลักษณะงานของคุณเป็นแบบครั้งเดียวจบหรือมีต่อเนื่อง ก่อนตัดสินใจว่าจะผูกเป็นรูปแบบต่อเนื่องหรือไม่

หากยังไม่เคยปรึกษาทนายมาก่อนและไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมอะไร อ่านได้ที่บทความ ปรึกษาทนายครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ส่วนขอบเขตงานที่ให้คำปรึกษาและช่องทางติดต่อ ดูได้ที่หน้า ปรึกษาปัญหากฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

ที่ปรึกษาประจำกับจ่ายรายเคส ต่างกันตรงไหนมากที่สุด

ต่างกันที่ความต่อเนื่องของงานเป็นหลัก การจ่ายรายเคสมักเหมาะกว่าเมื่อเป็นงานเฉพาะเรื่องหรือเกิดขึ้นไม่บ่อย ส่วนที่ปรึกษาประจำเหมาะกับผู้ที่มีสัญญาหรือเอกสารให้ตรวจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ขอบเขตงานที่เหมาะกับแต่ละรายควรพิจารณาร่วมกันก่อน

ที่ปรึกษาประจำของสำนักงานเน้นงานอะไร

เน้นการตรวจเอกสารและร่างสัญญา เช่น กรณีที่มีสัญญาหลายฉบับต้องตรวจอย่างต่อเนื่อง

ค่าคดีความรวมอยู่ในที่ปรึกษาประจำหรือไม่

ไม่รวม ค่าคดีความคิดแยกต่างหาก เช่นเดียวกับค่าเดินทาง ค่ารับรองเอกสาร และค่าแปลเอกสาร

คิดค่าบริการเป็นแบบใดได้บ้าง

มีให้เลือกทั้งรายชั่วโมง รายเดือน และรายปี รูปแบบที่เหมาะขึ้นอยู่กับลักษณะงานและปริมาณงานจริงของแต่ละราย สอบถามรายละเอียดได้ก่อนตัดสินใจ

ธุรกิจเล็กที่มีสัญญาไม่กี่ฉบับ ควรจ้างที่ปรึกษาประจำไหม

ถ้ามีเรื่องให้ดูไม่บ่อยและเป็นเรื่องคนละเรื่องกัน การจ่ายรายเคสมักตรงกับการใช้งานมากกว่า รูปแบบต่อเนื่องจะเริ่มมีประโยชน์เมื่อมีเอกสารให้ตรวจสม่ำเสมอหรือมีสัญญาเข้ามาเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าธุรกิจจะขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ หากมีการทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอก การให้ทนายความตรวจนิติกรรมนั้นก่อนลงนามเป็นการปกป้องสิทธิของตนเองไว้ตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเลือกว่าจะใช้รูปแบบรายเคสหรือที่ปรึกษาประจำ

สรุป: เลือกจากความถี่ของงาน ไม่ใช่จากราคา

การจ่ายรายเคสมักเหมาะกว่าเมื่อเป็นงานเฉพาะเรื่องหรือเกิดขึ้นไม่บ่อย ส่วนที่ปรึกษาประจำเหมาะกับผู้ที่มีเอกสารและสัญญาให้ดูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีฝ่ายกฎหมายของตนเอง และไม่ว่าจะเลือกแบบใด ค่าคดีความ ค่าเดินทาง ค่ารับรองเอกสาร และค่าแปลเอกสาร ไม่รวมอยู่ในค่าที่ปรึกษาประจำตามขอบเขตบริการนี้ และอาจคิดแยกตามที่ตกลงกัน จึงควรถามขอบเขตให้ชัดก่อนตัดสินใจ

ไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรใช้แบบรายเคสหรือที่ปรึกษาประจำ โทรหรือทัก LINE มาสอบถามก่อนได้

มีบริการนอกสถานที่ตามนัดหมาย · เวลาทำการจันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกรูปแบบบริการ ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี ขอบเขตงาน เงื่อนไข และค่าบริการที่เหมาะกับแต่ละราย ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและปริมาณงานจริง ควรสอบถามรายละเอียดกับสำนักงานก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงทางกฎหมายและข้อมูลทางการ

  1. สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

ผู้เขียนและตรวจทาน: กษิดิศ อุดมภาพ ทนายความ · เผยแพร่ 2 กันยายน 2569 · ปรับปรุงล่าสุด 2 กันยายน 2569