NDA คืออะไร และธุรกิจไทยต้องมีเมื่อไร


แฟ้มเอกสารสีกรมท่ามีตราประทับ CONFIDENTIAL และแม่กุญแจทองเหลือง สื่อการรักษาความลับ

ข้อมูลสำคัญเมื่อหลุดออกไปแล้ว เรียกกลับไม่ได้ NDA คือการวางกติกาก่อนเปิดปาก

เวลาธุรกิจต้องเล่าข้อมูลสำคัญให้อีกฝ่ายฟัง — สูตร ราคาต้นทุน รายชื่อลูกค้า แผนธุรกิจ หรือเทคนิคเฉพาะ — คำถามคือ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะไม่เอาไปใช้หรือเปิดเผยต่อ คำตอบหนึ่งที่ใช้กันทั่วโลกคือ NDA

NDA คืออะไร

NDA ย่อมาจาก Non-Disclosure Agreement หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า “สัญญารักษาความลับ” หรือ “ข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล” เป็นสัญญาที่ผูกให้ฝ่ายที่ได้รับข้อมูล ต้องเก็บข้อมูลที่ตกลงกันไว้เป็นความลับ และใช้ข้อมูลนั้นเฉพาะตามขอบเขตที่กำหนดเท่านั้น

ประเทศไทยไม่มีกฎหมายเฉพาะที่บัญญัติเรื่อง NDA โดยตรง แต่ NDA บังคับได้ในฐานะ “สัญญา” ตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญาของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันโดยสมัครใจ และไม่ขัดต่อกฎหมาย ย่อมมีผลผูกพันให้ต้องปฏิบัติตาม

NDA ทำงานคู่กับ พ.ร.บ.ความลับทางการค้าอย่างไร

NDA กับพระราชบัญญัติความลับทางการค้า ทำหน้าที่ต่างกันแต่เสริมกัน — NDA คือข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา ส่วนกฎหมายให้ความคุ้มครองข้อมูลที่เข้าเกณฑ์ “ความลับทางการค้า” เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง

นอกจากตัว NDA เองแล้ว ข้อมูลบางประเภทยังได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 อีกชั้นหนึ่ง กฎหมายนี้ให้ความคุ้มครอง “ความลับทางการค้า” ซึ่งตามมาตรา 3 ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 อย่าง คือ

  1. เป็นข้อมูลที่ยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่คนที่ปกติเกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้น
  2. เป็นข้อมูลที่มีมูลค่าเชิงพาณิชย์เพราะการเป็นความลับ
  3. เจ้าของได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ

NDA ช่วยเสริมองค์ประกอบข้อ 3

การมี NDA เป็นหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าของข้อมูลได้ "ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาความลับ" ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ข้อมูลได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายยังเปิดช่องให้เจ้าของ ความลับทางการค้ากำหนดเงื่อนไขรักษาความลับกับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลได้ (มาตรา 5) นี่คือจุดที่ NDA เชื่อมกับกฎหมายนี้โดยตรง

ที่สำคัญ การละเมิดความลับทางการค้าตามมาตรา 6 รวมถึงการเปิดเผยหรือใช้ข้อมูลโดย “ผิดสัญญา” ไว้ด้วย ดังนั้นการผิด NDA จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงการผิดสัญญาเฉย ๆ แต่เข้าข่ายการละเมิดความลับทางการค้าได้อีกทางหนึ่ง

ธุรกิจไทยควรมี NDA เมื่อไร

หลักง่าย ๆ คือ “ก่อนจะเปิดเผยข้อมูลที่ไม่อยากให้หลุด” สถานการณ์ที่ควรใช้ NDA เช่น

  • เจรจาดีลหรือร่วมทุน — ก่อนเปิดตัวเลข แผน หรือข้อมูลภายในให้คู่เจรจา
  • จ้างงานภายนอก (outsource/freelance) — เมื่อผู้รับงานต้องเห็นข้อมูลลูกค้า ระบบ หรือสูตรของเรา
  • รับพนักงานที่เข้าถึงข้อมูลลับ — โดยเฉพาะตำแหน่งที่เห็นสูตร ต้นทุน หรือฐานลูกค้า
  • เจรจาซื้อขายหรือควบรวมกิจการ — ที่ต้องเปิดข้อมูลการเงินและการดำเนินงานให้ตรวจสอบ

ทำ NDA ก่อนเปิดข้อมูลสำคัญ

ประโยชน์ของ NDA เกิดขึ้นเมื่อทำก่อนเปิดเผยข้อมูล เพราะเมื่อข้อมูลหลุดออกไปแล้ว การตามแก้ทำได้ยากและอาจพิสูจน์ความเสียหายลำบาก เมื่อใดที่ต้องเปิดเผยข้อมูลที่ไม่อยากให้หลุด การเซ็น NDA ก่อนคุยจึงเป็นขั้นตอนที่ควรทำ

NDA ที่ดีควรมีข้อกำหนดอะไรบ้าง

NDA ที่ใช้ได้จริงไม่ใช่แค่กระดาษที่เขียนว่า “ห้ามบอกใคร” แต่ควรระบุให้ชัดอย่างน้อยในเรื่องต่อไปนี้

  • นิยาม “ข้อมูลที่เป็นความลับ” ให้ชัด — ระบุว่าครอบคลุมข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้ตีความแคบหรือกว้างเกินไป
  • ขอบเขตการใช้และการเปิดเผย — ให้ใช้ข้อมูลเพื่ออะไร เปิดเผยต่อใครได้บ้าง (เช่น ทีมงานที่จำเป็น)
  • ข้อยกเว้น — เช่น ข้อมูลที่เป็นที่รู้กันทั่วไปอยู่แล้ว หรือที่ได้รับมาโดยชอบจากแหล่งอื่น
  • ระยะเวลาคุ้มครอง — ผูกพันนานเท่าใด บางกรณีเลยระยะเวลาของสัญญาหลักไปด้วย
  • ผลของการผิดสัญญา — เช่น การกำหนดเบี้ยปรับ (จำนวนเงินที่กำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องจ่ายเมื่อผิดสัญญา) ซึ่งมีรายละเอียดทางกฎหมายที่ควรระวัง (อ่านเรื่องเบี้ยปรับและจุดที่มักโดนเอาเปรียบได้ที่บทความ เซ็นสัญญาโดยไม่อ่าน: 7 จุดที่คนมักโดนเอาเปรียบ)
  • การคืนหรือทำลายข้อมูลเมื่อจบความสัมพันธ์ — เมื่อการเจรจาหรือการจ้างสิ้นสุด ควรระบุว่าผู้รับข้อมูล ต้องคืน ลบ หรือทำลายเอกสารและสำเนา และควรแจ้งอีกฝ่ายอย่างไรหากพบว่าข้อมูลรั่วไหล
  • กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท — หากมีเรื่อง จะใช้กฎหมายใดและตัดสินกันที่ไหน

ข้อห้ามทำงานให้คู่แข่ง (Non-Compete) ต่างจาก NDA และบังคับได้แค่ไหน

หลาย NDA โดยเฉพาะสำหรับพนักงาน มักมีข้อ “ห้ามไปทำงานกับคู่แข่ง” (non-compete) พ่วงมาด้วย ซึ่งต่างจากการรักษาความลับ เพราะเป็นการจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพของอีกฝ่าย

ข้อห้ามลักษณะนี้ไม่ได้บังคับใช้ได้เต็มที่เสมอไป ในทางกฎหมายไทย ข้อตกลงที่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงานอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 (มาตรา 5) ซึ่งกำหนดให้ ศาลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี โดยพิจารณาขอบเขตของพื้นที่ ระยะเวลา และความสามารถของผู้ถูกจำกัดในการประกอบอาชีพอื่น นอกจากนี้ในบริบทสัญญาจ้าง ยังมีพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 14/1) ที่ให้ศาลปรับข้อสัญญาที่นายจ้าง ได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควรให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมได้เช่นกัน

เขียนกว้างเกินไป อาจใช้ไม่ได้

ข้อห้ามแข่งขันที่กว้างเกินไป เช่น ห้ามทำงานสายเดียวกันทั่วประเทศตลอดชีวิต มีความเสี่ยงที่ศาลจะไม่บังคับตามนั้นทั้งหมด การกำหนดขอบเขต ระยะเวลา และพื้นที่ให้พอสมควร จึงมีโอกาสบังคับใช้ได้จริงมากกว่า จุดนี้ควรให้ทนายช่วยดูเป็นกรณี

ถ้ามีคนละเมิด NDA ทำอะไรได้บ้าง

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อพบว่ามีการละเมิด คือหยุดการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เก็บรวบรวมหลักฐาน (เช่น ข้อความ อีเมล หรือบันทึกการเข้าถึง) แจ้งคู่สัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และปรึกษาทนายแต่เนิ่น ๆ เพื่อประเมินทางเลือก จากนั้นจึงพิจารณาช่องทางเรียกร้องต่อไปนี้ประกอบกัน

  • เรียกร้องตามสัญญา — เช่น เรียกค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับตามที่ระบุไว้ใน NDA
  • อาศัยพระราชบัญญัติความลับทางการค้า — หากข้อมูลเข้าข่ายความลับทางการค้า การเปิดเผยหรือใช้โดยผิดสัญญาถือเป็นการละเมิดตามมาตรา 6 ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายได้
  • โทษทางอาญาในบางกรณี — กฎหมายฉบับนี้กำหนดโทษอาญาสำหรับการเปิดเผยความลับทางการค้า โดยเจตนากลั่นแกล้งให้เสียหาย (มาตรา 33) และกรณีผู้มีหน้าที่ดูแลความลับเปิดเผยหรือใช้ เพื่อประโยชน์ตนโดยมิชอบ (มาตรา 34) ซึ่งมีโทษหนักกว่า

มีเครื่องมือ ไม่เท่ากับได้ผลอัตโนมัติ

การเรียกร้องเหล่านี้ต้องอาศัยพยานหลักฐานว่ามีการละเมิดจริงและเกิดความเสียหายเท่าใด NDA ที่เขียนไว้ชัดตั้งแต่แรกจึงช่วยให้พิสูจน์ได้ง่ายขึ้นมาก การลงทุนทำ NDA ให้ดี จึงคุ้มกว่าการมาตามแก้เมื่อข้อมูลหลุดไปแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

NDA ต้องจดทะเบียนหรือให้ทนายรับรองไหมจึงจะมีผล

ไม่ต้อง NDA เป็นสัญญาที่มีผลผูกพันเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงและลงนามโดยสมัครใจ ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนหรือให้ใครรับรอง แต่การให้ทนายช่วยร่างหรือตรวจจะช่วยให้ถ้อยคำรัดกุมและลดความเสี่ยงเมื่อต้องบังคับใช้

NDA ฝ่ายเดียว กับ สองฝ่าย ต่างกันอย่างไร

NDA ฝ่ายเดียวคือมีเพียงฝ่ายหนึ่งที่เปิดเผยข้อมูลและอีกฝ่ายมีหน้าที่รักษาความลับ ส่วน NDA สองฝ่ายคือทั้งคู่ต่างเปิดเผยข้อมูลให้กันและมีหน้าที่รักษาความลับทั้งสองฝ่าย เลือกใช้ตามลักษณะของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

ใช้แบบ NDA สำเร็จรูปจากอินเทอร์เน็ตได้ไหม

ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่แบบสำเร็จรูปมักเขียนกว้างหรืออิงกฎหมายต่างประเทศ และอาจไม่ครอบคลุม ลักษณะข้อมูลและความเสี่ยงเฉพาะของธุรกิจเรา การให้ทนายช่วยปรับให้ตรงกับสถานการณ์จริงจะช่วยลดช่องโหว่ได้มาก

กำหนดระยะเวลารักษาความลับได้นานแค่ไหน

ตกลงกันได้ตามความเหมาะสมของข้อมูล บางกรณีผูกพันต่อไปแม้สัญญาหลักจะสิ้นสุดแล้ว ทั้งนี้ระยะเวลาที่นานเกินสมควรอาจถูกโต้แย้งได้ จึงควรกำหนดให้สอดคล้องกับลักษณะและอายุการใช้งานของข้อมูล

เซ็น NDA แล้วข้อมูลจะปลอดภัย 100% ไหม

NDA เป็นการวางกติกาและเปิดช่องให้เรียกร้องเมื่อถูกละเมิด แต่ไม่ได้ป้องกันไม่ให้ใครทำผิดได้โดยสิ้นเชิง จึงควรใช้ควบคู่กับมาตรการอื่น เช่น จำกัดคนที่เข้าถึงข้อมูล และเปิดเผยเท่าที่จำเป็น

สรุป: วางกติกาก่อนเปิดข้อมูล

NDA คือเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้ธุรกิจเปิดเผยข้อมูลสำคัญได้อย่างมีกติกา และเมื่อข้อมูลเข้าข่ายความลับทางการค้า ยังได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 อีกชั้น หัวใจคือทำ NDA ที่เขียนชัดและครบก่อนเปิดเผยข้อมูล ไม่ใช่ตามแก้ภายหลัง

หากต้องการให้ทนายช่วยร่างหรือตรวจ NDA ให้รัดกุมและเหมาะกับสถานการณ์ของคุณ ทีมของเรา รับตรวจและร่างสัญญารวมถึงสัญญารักษาความลับ โทร 061-651-6255 หรือทัก LINE @uthaiandson ได้ในเวลาทำการ

อยากได้ NDA ที่รัดกุมและครอบคลุมความเสี่ยง?

มีบริการนอกสถานที่ตามนัดหมาย · เวลาทำการจันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ผลทางกฎหมายของแต่ละสัญญาขึ้นอยู่กับถ้อยคำและพฤติการณ์จริง ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจในกรณีของตนเอง

แหล่งอ้างอิงทางกฎหมายและข้อมูลทางการ

  1. พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (ตัวบท)
  2. พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 (ตัวบท)
  3. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ตัวบท)

ผู้เขียนและตรวจทาน: กษิดิศ อุดมภาพ ทนายความ · เผยแพร่ 17 กรกฎาคม 2569 · ปรับปรุงล่าสุด 17 กรกฎาคม 2569