สัญญาจ้างทำของ / จ้างบริการ ควรมีอะไรบ้าง


สัญญาจ้างงาน ปากกา ถุงมือหนัง และกบไสไม้ สื่อการจ้างทำงานตามข้อตกลง

จ้างให้ทำงานเป็นชิ้นเป็นงาน ถ้าสัญญาไม่ชัด ปัญหามักตามมาตอนส่งมอบและจ่ายเงิน

ไม่ว่าจะจ้างสร้างบ้าน ออกแบบโลโก้ ทำเว็บไซต์ ติดตั้งระบบ หรือจ้างที่ปรึกษาทำงานให้สำเร็จสักชิ้น สิ่งเหล่านี้อยู่ในกลุ่ม “จ้างทำของ” ตามกฎหมาย ปัญหาที่พบบ่อยคือ ตกลงกันด้วยวาจาหรือสัญญาสั้น ๆ แล้วมาเถียงกันภายหลังว่างานครบไหม จ่ายเท่าไร ใครถือลิขสิทธิ์ และถ้างานมีปัญหาจะแก้อย่างไร

สัญญาจ้างทำของ / จ้างบริการ คืออะไร

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 “จ้างทำของ” คือสัญญาที่ฝ่ายหนึ่ง (ผู้รับจ้าง) ตกลงทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้อีกฝ่าย (ผู้ว่าจ้าง) และผู้ว่าจ้างตกลงจ่าย “สินจ้าง” (ค่าตอบแทนสำหรับงาน) เพื่อผลสำเร็จของงานนั้น หัวใจอยู่ที่ “ผลสำเร็จของงาน” ไม่ใช่การจ่ายตามเวลา งานบริการเชิงธุรกิจจำนวนมาก เช่น งานก่อสร้าง งานออกแบบ งานเขียนโปรแกรม หรือรับเหมางานเป็นโครงการ ก็อยู่ในกรอบนี้

จุดเด่นของจ้างทำของ

ผู้รับจ้างมีอิสระในวิธีทำงาน โดยมุ่งที่ "ส่งมอบผลงานให้สำเร็จตามที่ตกลง" และได้รับสินจ้างเพื่อผลสำเร็จนั้น จุดนี้เองที่ทำให้ขอบเขตงานและเกณฑ์ตรวจรับ เป็นหัวใจของสัญญา เพราะเป็นตัวชี้วัดว่า "งานสำเร็จแล้วหรือยัง"

สัญญาจ้างทำของ/บริการ ที่ดีควรมีข้อกำหนดอะไรบ้าง

เพื่อไม่ให้เถียงกันภายหลัง สัญญาควรระบุอย่างน้อยในเรื่องต่อไปนี้ให้ชัด

  • คู่สัญญาและผู้มีอำนาจลงนาม — ระบุให้ชัดว่าคู่สัญญาคือใคร และผู้ลงนามมีอำนาจผูกพันจริง
  • ขอบเขตงานและสิ่งที่ส่งมอบ — ระบุให้ชัดว่าจะได้ผลงานอะไร รายละเอียดแค่ไหน จำนวนเท่าใด นี่คือหัวใจที่ใช้วัดว่างานเสร็จหรือยัง
  • วันเริ่มงาน กำหนดเสร็จ และการขยายเวลา — กำหนดไทม์ไลน์ และเหตุที่ขอเลื่อนได้ (เช่น ผู้ว่าจ้างส่งข้อมูลช้า)
  • วิธีสั่งงานเพิ่มหรือเปลี่ยนขอบเขต — เมื่อมีงานนอกเหนือที่ตกลง จะคิดราคาและเวลาเพิ่มอย่างไร จุดนี้เป็นสาเหตุพิพาทที่พบบ่อยมากในงานบริการ
  • เกณฑ์การส่งมอบและตรวจรับ — งานถือว่าเสร็จเมื่อใด ใครตรวจ ตรวจด้วยเกณฑ์อะไร แก้ไขได้กี่รอบ
  • งวดการจ่ายเงิน — จ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้า หรือจ่ายเมื่อรับมอบงาน และผูกกับการตรวจรับอย่างไร
  • ใครจัดหาวัสดุ/เครื่องมือ — โดยกฎหมาย หากไม่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ (วัสดุและของที่ใช้ทำงาน) ที่จำเป็น (มาตรา 588) จึงควรระบุให้ชัดว่าใครออกค่าอะไร
  • กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ในผลงาน — โดยเฉพาะงานสร้างสรรค์ เช่น ออกแบบ ซอฟต์แวร์ เนื้อหา ควรระบุว่าเมื่อจ่ายครบแล้วชิ้นงานเป็นของใคร ใช้ แก้ไข หรือนำไปแสดงเป็นผลงาน (portfolio) ได้แค่ไหน
  • การรับประกันและการแก้ไขงาน — ระยะเวลารับประกัน และวิธีจัดการเมื่อพบข้อบกพร่องหลังส่งมอบ
  • การรักษาความลับ — หากงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคล ควรมีข้อรักษาความลับกำกับ
  • ค่าปรับความล่าช้า — กำหนดให้ชัดและเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย (เรื่องเบี้ยปรับและข้อที่มักโดนเอาเปรียบ อ่านเพิ่มได้ที่บทความ เซ็นสัญญาโดยไม่อ่าน: 7 จุดที่คนมักโดนเอาเปรียบ)
  • การเลิกสัญญาและผลหลังเลิก — เงื่อนไขการบอกเลิก และเมื่อเลิกแล้วต้องคืนข้อมูล ไฟล์ วัสดุ และชำระค่างานส่วนที่ทำไปแล้วอย่างไร
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม — งานจ้างทำของ/บริการโดยทั่วไปผู้จ่ายเงินที่เป็นนิติบุคคล มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรามาตรฐาน และควรตกลงเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มให้ชัด (ดูหัวข้อ FAQ)

ผู้รับจ้างต้องรับผิดถ้างานชำรุดบกพร่องแค่ไหน

คำตอบสั้น ๆ คือ รับผิด แต่มีกรอบเวลาจำกัด และคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนเพราะกฎหมาย วางกรอบเวลาไว้สองชั้นที่ทำงานคู่กัน (“ความชำรุดบกพร่อง” หมายถึงงานที่ทำออกมาไม่เรียบร้อยหรือไม่ได้มาตรฐาน)

  • ระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้องรับผิด (มาตรา 600) — หากไม่ได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้าง ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏขึ้นภายใน 1 ปีนับแต่วันส่งมอบสำหรับงานทั่วไป หรือภายใน 5 ปีหากเป็นสิ่งปลูกสร้างติดพื้นดิน (เช่น อาคาร) ที่ไม่ใช่เรือนไม้ ยกเว้นกรณีผู้รับจ้างปิดบังความชำรุดนั้นไว้
  • อายุความในการฟ้อง (มาตรา 601) — “อายุความ” คือกำหนดเวลาที่ต้องฟ้อง มิฉะนั้นเสียสิทธิ โดยเมื่อความชำรุดปรากฏขึ้นแล้ว ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ความชำรุดปรากฏ

สองกำหนดเวลานี้ไม่เหมือนกัน

มาตรา 600 บอกว่า "ความชำรุดต้องโผล่ขึ้นภายในกี่ปีนับจากส่งมอบ" ส่วนมาตรา 601 บอกว่า "เมื่อโผล่แล้วต้องฟ้องภายในกี่ปี" การเข้าใจแยกสองเรื่องนี้ช่วยไม่ให้พลาดเรื่องเวลาในการเรียกร้อง

นอกจากนี้ หากผู้ว่าจ้างรับมอบงานไว้โดยไม่ทักท้วง โดยทั่วไปถือว่าผู้รับจ้างพ้นความรับผิด (มาตรา 598) เว้นแต่เป็นความชำรุดที่ไม่อาจเห็นได้ในเวลารับมอบ หรือผู้รับจ้างปิดบังไว้ ดังนั้นการตรวจรับให้ดีก่อนเซ็นรับงาน จึงสำคัญมาก

เลิกสัญญาจ้างทำของกลางคันได้ไหม

เลิกได้ แต่มีเงื่อนไขและมักต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือจ่ายค่างานส่วนที่ทำไปแล้ว กรณีที่พบบ่อยได้แก่

  • ผู้ว่าจ้างเลิกก่อนงานเสร็จ (มาตรา 605) — ตราบใดที่งานยังไม่แล้วเสร็จ ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ แต่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้รับจ้างสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการเลิกนั้น
  • ผู้รับจ้างทำงานต่อไม่ได้ (มาตรา 606) — หากสาระสำคัญของสัญญาอยู่ที่ความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ของผู้รับจ้าง แล้วผู้รับจ้างเสียชีวิตหรือทำงานต่อไม่ได้โดยไม่ใช่ความผิดของตน สัญญาย่อมสิ้นสุดลง โดยผู้ว่าจ้างต้องจ่ายค่างานส่วนที่ทำแล้วและเป็นประโยชน์ตามสมควร
  • การให้คนอื่นทำแทน (มาตรา 607) — โดยทั่วไปผู้รับจ้างให้ผู้อื่นทำงานแทน (จ้างช่วง) ได้ เว้นแต่สาระสำคัญของสัญญาอยู่ที่ฝีมือเฉพาะตัวของผู้รับจ้าง ทั้งนี้แม้จะจ้างช่วง ผู้รับจ้างหลัก ก็ยังคงต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างในผลงานนั้น จุดนี้ควรระบุในสัญญาให้ชัดว่าจ้างช่วงได้หรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้างทำของต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรไหม

โดยทั่วไปไม่บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือจึงจะมีผล ตกลงด้วยวาจาก็เกิดสัญญาได้ แต่การทำเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุขอบเขตงาน การจ่ายเงิน และการตรวจรับให้ชัด ช่วยลดข้อพิพาทและใช้เป็นหลักฐานได้ดีกว่ามาก

งานเพิ่มนอกเหนือที่ตกลงไว้ คิดค่าจ้างเพิ่มได้ไหม

โดยหลักค่าจ้างผูกกับขอบเขตงานที่ตกลงกัน หากมีงานเพิ่มหรือเปลี่ยนขอบเขต ควรตกลงเรื่องราคาและเวลากันใหม่ เป็นลายลักษณ์อักษร สัญญาที่ดีจึงควรเขียนวิธีสั่งงานเพิ่มและผลต่อราคา-กำหนดเวลาไว้ตั้งแต่แรก เพื่อลดข้อพิพาท

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยไหม

การจ่ายค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลโดยทั่วไปมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรามาตรฐาน ร้อยละ 3 (ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528) ทั้งนี้เคยมีการลดอัตราเป็นการชั่วคราว ในบางช่วงที่ผ่านมา จึงควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนดำเนินการจริง

สรุป: ระบุงานและการตรวจรับให้ชัด คือหัวใจของสัญญาจ้างทำของ

สัญญาจ้างทำของ/บริการวางอยู่บนคำว่า “ผลสำเร็จของงาน” ดังนั้นสิ่งที่ต้องชัดที่สุดคือ ขอบเขตงาน สิ่งที่ส่งมอบ และเกณฑ์ตรวจรับ ตามด้วยเรื่องการจ่ายเงิน กรรมสิทธิ์ในผลงาน การรับประกัน และการเลิกสัญญา ส่วนกฎหมายก็วางกรอบเรื่องความรับผิดเมื่องานชำรุดและการเลิกสัญญาไว้ให้แล้ว การเขียนสัญญาให้ครบตั้งแต่แรกช่วยลดข้อพิพาทได้มากกว่าการตามแก้ภายหลัง

หากต้องการให้ทนายช่วยร่างหรือตรวจสัญญาจ้างทำของ/บริการให้รัดกุมและเป็นธรรม ทีมของเรา รับตรวจและร่างสัญญาบริการและสัญญาธุรกิจ โทร 061-651-6255 หรือทัก LINE @uthaiandson ได้ในเวลาทำการ

มีงานที่จะจ้างหรือรับจ้าง อยากได้สัญญาที่รัดกุม?

มีบริการนอกสถานที่ตามนัดหมาย · เวลาทำการจันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ผลทางกฎหมายของแต่ละสัญญาขึ้นอยู่กับถ้อยคำและพฤติการณ์จริง ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจในกรณีของตนเอง

แหล่งอ้างอิงทางกฎหมายและข้อมูลทางการ

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ตัวบท)
  2. กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528)

ผู้เขียนและตรวจทาน: กษิดิศ อุดมภาพ ทนายความ · เผยแพร่ 17 กรกฎาคม 2569 · ปรับปรุงล่าสุด 17 กรกฎาคม 2569