จดทะเบียนบริษัทใช้เอกสารอะไร ใช้เวลากี่วัน

จดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และใช้เวลากี่วัน
การจดทะเบียนบริษัทจำกัดต้องเตรียมข้อมูลสองกลุ่มหลัก คือ ข้อมูลของบริษัท (ชื่อ ที่ตั้ง ทุนจดทะเบียน วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ) และ ข้อมูลของผู้ถือหุ้น/กรรมการแต่ละคน (ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน จำนวนหุ้นที่ถือ) ปัจจุบันดำเนินการผ่านระบบ DBD Biz Regist ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ทำให้ขั้นตอนทางราชการโดยรวมสั้นลงกว่าเดิมมาก แต่ระยะเวลาที่ใช้จริงในแต่ละกรณียังขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสารที่เตรียมมาและคิวการตรวจของนายทะเบียน
หากเอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรงกันตั้งแต่ต้น มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องแก้ไขและยื่นใหม่ ทำให้เสียเวลามากกว่าที่ควร บทความนี้จึงรวบรวมเช็กลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนโดยสังเขป และค่าใช้จ่ายทั้งสองส่วน — ค่าธรรมเนียมราชการ กับค่าบริการสำนักงานกฎหมาย
เอกสาร/ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนบริษัท
การจดทะเบียนบริษัทจำกัดต้องใช้ข้อมูลสองกลุ่ม แยกเตรียมได้ดังนี้
(ก) ข้อมูลของบริษัท
- ชื่อบริษัท ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ — ต้องจองชื่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและได้รับอนุมัติก่อนจึงจะใช้ยื่นจดทะเบียนได้
- ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ พร้อมรหัสประจำบ้านของสถานที่ตั้ง
- ทุนจดทะเบียน และจำนวนหุ้น พร้อมมูลค่าหุ้นต่อหุ้น
- วัตถุประสงค์ของบริษัท หรือหมวดกิจกรรมทางธุรกิจที่จะประกอบกิจการ
- ข้อบังคับบริษัท — จะมีข้อบังคับของตนเองหรือไม่ก็ได้ หากไม่มี กฎหมายให้ใช้บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบริษัทจำกัดแทน
- ตราประทับของบริษัท (ถ้าจะใช้) — ปัจจุบันไม่บังคับต้องมีตราประทับ แต่หากเลือกใช้ต้องแจ้งรายละเอียดตราต่อนายทะเบียน
- อำนาจกรรมการ —กรรมการคนใดหรือกี่คนลงลายมือชื่อร่วมกันจึงจะผูกพันบริษัทได้
- ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) — พิจารณาแต่งตั้งในที่ประชุมจัดตั้งบริษัทหรือการประชุมผู้ถือหุ้นคราวถัดไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมี ณ วันยื่นจดทะเบียน (แต่บริษัทต้องมีผู้สอบบัญชีสำหรับจัดทำงบการเงินประจำปีในภายหลัง)
ทุนจดทะเบียนควรตั้งเท่าไร
ในทางกฎหมายทั่วไป บริษัทจำกัดแทบไม่มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ (ขั้นต่ำตามหลักเกณฑ์กฎหมายอยู่ที่เพียงหลักสิบบาท) แต่ในทางปฏิบัติควรตั้งทุนจดทะเบียนให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและความน่าเชื่อถือที่ต้องการ ตัวเลขต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปที่มักพิจารณากัน ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย:
| ลักษณะธุรกิจ | ทุนจดทะเบียนที่แนะนำ |
|---|---|
| ธุรกิจบริการขนาดเล็ก / ฟรีแลนซ์ | 100,000 – 500,000 บาท |
| ธุรกิจทั่วไป / มีพนักงานประจำ | 500,000 – 2,000,000 บาท |
(ข) ข้อมูลของผู้ถือหุ้นและกรรมการแต่ละคน
ผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกคนต้องให้ข้อมูลส่วนตัวครบตามนี้ (ตัวอย่างชื่อในตารางเป็นข้อมูลสมมติทั้งหมด)
| รายการ | รายละเอียดที่ต้องเตรียม |
|---|---|
| ชื่อ-นามสกุล | ตรงตามบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เช่น นายสมมติ ใจดี |
| ที่อยู่ | ที่อยู่ตามเอกสารแสดงตน (คนไทยใช้ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ชาวต่างชาติใช้ที่อยู่ตามหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตน) |
| อายุและอาชีพ | ระบุอายุ ณ วันยื่น และอาชีพปัจจุบัน |
| เลขประจำตัวประชาชน | หรือเลขหนังสือเดินทางกรณีชาวต่างชาติ |
| จำนวนหุ้นที่ถือ | จำนวนหุ้นและสัดส่วนของแต่ละคนในทุนจดทะเบียนทั้งหมด |
โดยหลักผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกคนใช้ข้อมูลชุดเดียวกันนี้ สำหรับผู้ที่เป็นชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (passport) เป็นเอกสารแสดงตนแทนบัตรประชาชน และใช้ที่อยู่ตามเอกสารแสดงตนของตน
ผู้เริ่มก่อการต้องมีอย่างน้อยกี่คน
ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 กฎหมายลดจำนวนผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้นขั้นต่ำของบริษัทจำกัดจากเดิม 3 คน เหลือ อย่างน้อย 2 คน (ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 23 พ.ศ. 2565) ผู้ที่วางแผนตั้งบริษัทควรตรวจสอบว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ต้องการเป็นไปตามเกณฑ์นี้ก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร
ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทโดยสังเขป
ขั้นตอนหลักของการจดทะเบียนบริษัทจำกัดมี 4 ช่วง ดังนี้ (ขั้นตอนที่ 2 และ 4 คือการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งสามารถยื่นรวบในวันเดียวกันได้ผ่านระบบออนไลน์ หากข้อมูลและเอกสารพร้อมครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องแยกทำคนละวันเสมอไป)
- จองชื่อบริษัท — ยื่นชื่อที่ต้องการทั้งภาษาไทยและอังกฤษให้นายทะเบียนตรวจสอบว่าไม่ซ้ำหรือคล้ายกับชื่อที่จดไว้แล้ว
- จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ — ยื่นข้อมูลตั้งต้นของบริษัท เช่น ชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ และทุนจดทะเบียน
- จัดประชุมจัดตั้งบริษัท — ผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้นตกลงข้อบังคับ แต่งตั้งกรรมการ และกำหนดอำนาจกรรมการ
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท — ยื่นเอกสารผลการประชุมและรายละเอียดกรรมการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อให้บริษัทมีสถานะเป็นนิติบุคคล
ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดให้ยื่นคำขอและเอกสารหลายขั้นตอนผ่านระบบ DBD Biz Regist ทางออนไลน์ได้ ช่วยลดการเดินทางไปสำนักงานลงมาก (ผู้ถือหุ้นทุกคนยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชัน ThaID เอง รูปแบบและขั้นตอนอาจขึ้นกับข้อกำหนดของระบบ) และการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทสามารถทำในวันเดียวกันได้หากข้อมูลพร้อมครบถ้วน หากลูกค้าเตรียมข้อมูลครบถ้วนตั้งแต่ต้น สำนักงานโดยทั่วไปมักดำเนินการจดทะเบียนให้เสร็จได้ภายในประมาณ 1–2 วันทำการ ทั้งนี้ระยะเวลาที่ใช้จริงในแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของข้อมูลที่เตรียมมาเป็นหลัก มากกว่าตัวขั้นตอนการยื่นเอง
เตรียมเอกสารเอง กับให้สำนักงานกฎหมายช่วย ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อเทียบ | เตรียมเอกสาร/จดทะเบียนเอง | ให้สำนักงานกฎหมายช่วย |
|---|---|---|
| เวลาที่ใช้ | ต้องศึกษาแบบฟอร์มและขั้นตอนเอง อาจใช้เวลานานขึ้นหากไม่คุ้นเคย | ทนายดูแลการจัดเตรียมและยื่นเอกสารให้ตามขั้นตอน |
| ความเสี่ยงผิดพลาด | เสี่ยงกรอกข้อมูลไม่ตรงกัน หรือขาดเอกสารจนต้องแก้ไขและยื่นซ้ำ | มีผู้ตรวจความครบถ้วนและความสอดคล้องของเอกสารก่อนยื่น |
| สิ่งที่ได้เพิ่ม | ดำเนินการยื่นจดทะเบียนตามข้อมูลและเอกสารที่จัดเตรียมเอง | ได้คำแนะนำเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจกรรมการ และข้อบังคับที่เหมาะสมกับธุรกิจด้วย |
ทำไมจดทะเบียนบริษัทกับสำนักงานกฎหมายถึงต่างจากบริษัทรับทำบัญชีหรือจดเอง
งานจดทะเบียนบริษัทไม่ได้จบแค่กรอกแบบฟอร์มและยื่นให้ผ่าน แต่โครงสร้างที่วางไว้ตั้งแต่วันจดทะเบียน เช่น สัดส่วนผู้ถือหุ้น อำนาจกรรมการ และข้อบังคับบริษัท มีผลต่อการบริหารและความเสี่ยงทางกฎหมายในระยะยาว ทนายความสามารถให้คำแนะนำเรื่องโครงสร้างเหล่านี้และช่วยตรวจว่าข้อบังคับเหมาะสมและครอบคลุมเพียงพอ ก่อนที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจจริง ไม่ใช่เพียงช่วยจัดเตรียมและยื่นคำขอจดทะเบียนเท่านั้น สำนักงานคิดค่าบริการจดทะเบียนบริษัทเริ่มต้นที่ 8,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ) ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่หน้า บริการจดทะเบียนทางธุรกิจ
ตารางด้านบนเทียบเฉพาะการดำเนินการเองกับการให้สำนักงานกฎหมายช่วย ส่วนการเปรียบเทียบครบทั้งสามทาง โดยรวมการใช้บริการบริษัทรับจดบัญชีไว้ด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ จดทะเบียนบริษัทกับใครดี: ทนาย บริษัทรับจดบัญชี หรือจดเอง
หลังจดทะเบียนแล้ว ข้อบังคับบริษัทและสัญญาที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ก็ควรได้รับการตรวจสอบความรัดกุมเช่นเดียวกับสัญญาทางธุรกิจทั่วไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ เซ็นสัญญาโดยไม่อ่าน: 7 จุดที่คนมักโดนเอาเปรียบ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- “จดทะเบียนบริษัทต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 คนเสมอ” — ไม่จริงแล้วในปัจจุบัน ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 กฎหมายลดจำนวนขั้นต่ำเหลือ 2 คน
- “ต้องมีตราประทับบริษัทเสมอ” — ไม่จริง ปัจจุบันบริษัทเลือกได้ว่าจะใช้ตราประทับหรือไม่ หากเลือกใช้ต้องแจ้งรายละเอียดตราต่อนายทะเบียน
- “ไม่มีข้อบังคับของตัวเอง จะจดทะเบียนไม่ได้” — ไม่จริง หากไม่มีข้อบังคับเฉพาะของตนเอง กฎหมายให้ใช้บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แทนได้
- “ค่าบริการทนายความคือค่าธรรมเนียมราชการทั้งหมด” — ไม่ใช่ ค่าธรรมเนียมราชการที่จ่ายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นคนละส่วนกับค่าบริการของสำนักงานที่ดูแลจัดเตรียมและยื่นเอกสารให้
คำถามที่พบบ่อย
จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน
ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและข้อมูลที่เตรียมมาตั้งแต่ต้นเป็นหลัก หากลูกค้าเตรียมข้อมูลบริษัทและข้อมูลผู้ถือหุ้น/กรรมการครบถ้วนถูกต้อง สำนักงานโดยทั่วไปมักดำเนินการจดทะเบียนให้เสร็จได้ภายในประมาณ 1–2 วันทำการ ผ่านระบบ DBD Biz Regist ซึ่งการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทสามารถทำในวันเดียวกันได้ ทั้งนี้ระยะเวลาที่แน่นอนในแต่ละกรณียังขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของข้อมูลที่เตรียมมาเป็นสำคัญ
ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อยกี่คน
ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 กฎหมายกำหนดให้บริษัทจำกัดมีผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 3 คน
มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำหรือไม่
ในทางกฎหมายทั่วไป บริษัทจำกัดแทบไม่มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ (ขั้นต่ำตามหลักเกณฑ์กฎหมายอยู่ที่เพียงหลักสิบบาท) แต่ในทางปฏิบัติควรตั้งทุนจดทะเบียนให้เหมาะสมกับลักษณะและขนาดของธุรกิจ เป็นแนวทางทั่วไป ธุรกิจบริการขนาดเล็กหรือฟรีแลนซ์มักตั้งทุนจดทะเบียนไว้ที่ 100,000–500,000 บาท ส่วนธุรกิจทั่วไปที่มีพนักงานประจำมักตั้งไว้ที่ 500,000–2,000,000 บาท ทั้งนี้ธุรกิจเฉพาะประเภท (เช่น ธุรกิจที่มีคนต่างชาติร่วมลงทุน หรือธุรกิจที่ต้องใช้ทุนขั้นต่ำตามกฎหมายเฉพาะ) อาจมีหลักเกณฑ์แตกต่างออกไป ควรสอบถามและตรวจสอบกับทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนกำหนดตัวเลข
จดทะเบียนเองกับจ้างทนายความต่างกันอย่างไร
การจดทะเบียนเองสามารถทำได้หากศึกษาแบบฟอร์มและขั้นตอนจนคุ้นเคย แต่มีความเสี่ยงที่จะกรอกข้อมูลไม่ครบหรือไม่สอดคล้องกันจนต้องแก้ไขและยื่นใหม่ ส่วนการให้ทนายความช่วยจะได้ทั้งการจัดเตรียมและตรวจทานเอกสารก่อนยื่นตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี พร้อมคำแนะนำเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจกรรมการ และข้อบังคับบริษัทที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงและวัตถุประสงค์ของบริษัท ซึ่งมีผลต่อการบริหารบริษัทในระยะยาว
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง
แบ่งเป็นสองส่วน คือค่าธรรมเนียมราชการที่จ่ายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งรวมค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท ค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 5,000 บาท และค่าหนังสือรับรอง/ใบสำคัญต่าง ๆ อีกเล็กน้อย โดยรวมมักอยู่ที่ประมาณ 5,500–6,500 บาท (ขึ้นกับจำนวนเอกสารรับรองที่ขอ) อีกส่วนคือค่าบริการของสำนักงานที่ดูแลจัดเตรียมและยื่นเอกสารให้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าธรรมเนียมราชการ สำนักงานคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 8,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
สิ่งที่ควรทำหลังจดทะเบียนบริษัท
หลังจดทะเบียนบริษัทเสร็จแล้ว มีเรื่องที่ควรพิจารณาดำเนินการต่อดังนี้
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 85/1 ผู้ประกอบการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกินเกณฑ์ดังกล่าว หากคาดว่ารายได้ในปีนั้นจะเกิน 1.8 ล้านบาท ควรวางแผนจด VAT ไว้ตั้งแต่ต้น ส่วนกรณีที่รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็สามารถจดทะเบียนแบบสมัครใจได้เช่นกัน
ขึ้นทะเบียนประกันสังคม: หากบริษัทมีการจ้างพนักงาน นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนลูกจ้างกับสำนักงานประกันสังคมทันทีที่เริ่มมีการจ้างงาน
จัดให้มีผู้ทำบัญชี: บริษัทมีหน้าที่จัดทำบัญชีและยื่นงบการเงินประจำปีตามกฎหมาย จึงควรจัดให้มีผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีดูแลเรื่องนี้เป็นรายเดือนตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ (สำนักงานเราให้บริการด้านกฎหมายและจดทะเบียนธุรกิจ ไม่ได้ให้บริการทำบัญชี)
สรุป: เตรียมข้อมูลให้ครบก่อนยื่น ช่วยประหยัดเวลาได้มาก
จดทะเบียนบริษัทจำกัดต้องเตรียมทั้งข้อมูลบริษัทและข้อมูลผู้ถือหุ้น/กรรมการแต่ละคนให้ครบและตรงกันตั้งแต่ต้น เพราะความไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกันของข้อมูลมักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องแก้ไขและเสียเวลายื่นใหม่ ปัจจุบันการยื่นผ่านระบบ DBD Biz Regist ช่วยให้ขั้นตอนทางราชการสะดวกขึ้น แต่การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจกรรมการ และข้อบังคับบริษัทให้รัดกุมตั้งแต่วันจดทะเบียน ยังเป็นเรื่องที่ควรได้รับคำแนะนำจากทนายความก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจจริง
หากกำลังวางแผนจดทะเบียนบริษัทและต้องการให้ทนายช่วยตรวจโครงสร้างและเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่น ทีมของเรา ปรึกษาบริการจดทะเบียนทางธุรกิจกับทนายความ โทร 061-651-6255 หรือทัก LINE @uthaiandson ได้ในเวลาทำการ
กำลังจะจดทะเบียนบริษัท อยากให้ทนายช่วยตรวจโครงสร้างและเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นไหม?
มีบริการนอกสถานที่ตามนัดหมาย · เวลาทำการจันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00
แหล่งอ้างอิงทางกฎหมายและข้อมูลทางการ
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) — จดทะเบียนนิติบุคคล
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (บริษัทจำกัด)
- กรมสรรพากร — การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ผู้เขียนและตรวจทาน: กษิดิศ อุดมภาพ ทนายความ · เผยแพร่ 29 กรกฎาคม 2569 · ปรับปรุงล่าสุด 19 สิงหาคม 2569